หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

เทคนิคการเขียนข้อความโฆษณา

ในเรื่องของการเขียนข้อความโฆษณาแล้ว เป็นสิ่งที่ง่าย ถ้าเรารู้ข้อดีและรายละเอียดของสินค้าเป็นอย่างดีแล้ว การเขียนข้อความโฆษณาจึงเป็นเรื่องง่าย แต่จะทำอย่างไรจึงจะมีคนคลิกมากๆ และซื้อสินค้าด้วย วิธีที่คนส่วนใหญ่ทำกันมากที่สุดคือ เอา keywords ที่เราทำโฆษณาไปเขียนในข้อความโฆษณาได้เลย เพราะถ้าเราเขียนข้อความโฆษณาที่ตรงกับ keywords ไปเขียนข้อความโฆษณา จะทำให้ข้อความโฆษณาของเราเป็นตัวใหญ่ครับ


เช่น ถ้าเราขาย Canon powershot g10 เราก็ต้องเอา คีร์เวิร์ดนี้ไปเขียนในข้อความโฆษณาได้เลย จะเห็นข้อความโฆษณาที่เป็นตัวแดงๆ ทั้งหมด เห็นแล้วก็ชวนให้คลิก ซึ่งตรงกับ keywords ที่เราใช้ เพราะฉะนั้นหัวข้อความโฆษณาจึงเป็นอันดับต้นๆที่คนจะคลิกก่อน บางคนแค่อ่านหัวข้อความโฆษณาที่ตรงกับที่เขาค้นหา เขาก็คลิกแล้วโดยทีไม่ได้อ่านบรรทัดทีสองเลยก็มีมาก

หรืออีกวิธีหนึ่งที่ดึงดูด ถ้าสินค้าของเรามีส่วนลดเราก็ใส่สวนลด บนหัวข้อโฆษณาบ้างก็ได้
เช่น ถ้าสินค้าของเราลด 10 % เราก็อาจจะเขียนว่า

Canon Powershot G10
Digital Camera Sale 10% Off
Orders Now! Free Shipping
www.AmazOn.co.uk

หรือ
10% Off "Canon Powershot G10"
Digital Camera, 10 MP, Zoom
Orders Now! Free Shipping
www.AmazOn.co.uk

หรือโดยการเอา keywords มาเขียนใน Display url บ้างก็ได้เพื่อเน้นให้ลูกค้ารู้ว่า เป็นรุ่นนี้แน่่นอน เช่น

10% Off "Canon Powershot G10"
Digital Camera, 10 MP, Zoom
Orders Now! Free Shipping
www.AmazOn.co.uk/Canon-G10

หรือ
10% Off "Canon Powershot G10"
Digital Camera, 10 MP, Zoom
Orders Now! Free Shipping
www.AmazOn.co.uk/Canon-powershot-G10

หรือ
Canon Powershot G10
Digital Camera, 10 MP, Zoom, 10%Off
Orders Now! Free one day Shipping
www.AmazOn.co.uk/Canon-G10

เป็นต้น เราสามารถเขียนได้หลายรูปแบบ อยู่ที่เราพอใจแบบไหน ตัวไหนให้ CTR สูงที่สุดและมีคนคลิกแล้วอยู่ในเว็บของเรานานที่สุด หรือซื้อสินค้าของเรานั่นแหละครับ เป็นข้อความที่มีประสิทธิภาพที่แท้จริง
และต้องเน้นย้ำด้วยครับว่า อักษรตัวแรกต้องเป็นตัวใหญ่เสมอ เพราะจะทำให้เห็นเด่นชัด อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบด้วย ส่วนตัวแล้วผมก็ชอบใส่ตัวใหญ่ขึ้นก่อนเสมอ

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่่งคือ ถึงเราจะมี ข้อความโฆษณาดีแค่ไหนและ keywords ดีแค่ไหนถ้า landing page ของเราไม่สัมพันธ์กับ คีร์เวิร์ดเลย คนก็จะไม่ซื้อสินค้าของเรา พอเขาคลิกเข้ามาแล้วเขาก็จะออกจากเว็บของเราทันทีนะครับ เพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่สำึัีคัญมาก เฉลี่ยแล้วคนจะอยู่บนหน้าเว็บหนึ่งประมาณ 10 วินาทีเท่านั้นเอง เพื่อดูโดยรวมสินค้าก่อนที่จะอ่านรายละเอียดถ้าเขาไม่เจอในสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็จะออกจากเว็บของเราในทันที
และเราไม่ความส่งไปหน้าสินค้ารวม ควรส่งให้ลูกค้าของเราไปเจอหน้าสินค้า ที่เขาต้องการเลย ถ้าเขาต้องการ canon powershot g10 เราก็ควรจะส่งเขาไปหน้านี้เท่ีานั้นไม่ควรให้มีสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องนะครับ

ดูตัวอย่าง 1 วิธีที่ผิดครับ เพราะว่าเป็นสินค้ารวมถ้าเราขายเฉพาะ Canon powershot g10 เราก็ไม่ควรส่งไปหน้านี้เด็ดขาดครับ


ตัวอย่างที่ 2 เป็นวิธีี่ที่ถูกต้องเพราะ ถ้าเราขาย Canon powershot G10 เราก็ควรส่งลูกค้ามาที่หน้านี้เท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเปิดหลายหน้า คลิกเข้ามาก็จะมาเจอสินค้านี้และอ่านรายละเอียดทันที


เพราะฉะนั้น landing pangs จึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ keywords และ ตัวสินค้าและ ข้อความโฆษณาเลยแม้แต่น้อยเพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำโฆษณาเราก็ต้องพิจารณา สิ่งเหล่านี้ให้ดีจะทำให้เราแข่งกับคู่แข่งได้อย่างสบายและมีโอกาสทำกำไรสูงมากครับ

สิ่งทีสำคัญอันดับต้นๆของการขายสินค้าออนไลน์คือ
-ตัวสินค้า
-keyword
-landing page
-ข้อความโฆษณา
สิ่งเหล่านี้ต้องสัมพันธ์กันทั้งหมดเท่านั้น
-และอื่นๆ

สุดท้ายก็อยู่ทีฝีมือของแต่ละคนละครับว่าจะเอามาประยุกต์ใช้อย่างไร

ทวี




เรียนรู้เทคนิคการหา kewords และสินค้าทำเงินแบบไร้คู่แข่งที่นี่
http://www.ppcprivateclub.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

adwords bid simulater ใหม่จาก google

แต่ก่อนแต่ไรมา เวลาเราต้องการที่จะดูว่า Keywords แต่ละคำที่เราจะทำโฆษณา (หรืออาจจะทำไปแล้ว) นั้น มีคนค้นหาเยอะมากน้อยแค่ไหน และค่า Max CPC ที่เราตั้งไว้ จะทำให้ Keywords ของเราขึ้นแสดงในตำแหน่งไหน มีคนเห็น และคนคลิกโดยประมาณเท่าไหร่ ทาง Google AdWords ก็มีเครื่องมือให้เราเข้าไปดูค่าต่างๆเหล่านี้ได้ที่ Keywords Suggestion Tools หรือไม่ก็ Traffic Estimator Tools

แต่แน่นอนครับว่า ค่าสถิติเหล่านี้เป็นเพียงค่าประมาณเท่านั้น เวลานำไปใช้จริงนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากที่ทำให้ ผลลัพธ์ของการโฆษณาไม่ค่อยจะตรงกับค่าที่ทาง Google ให้มาครับ

เพื่อให้ผู้ลงโฆษณาได้รับข้อมูลการตั้งค่าบิดที่ละเอียดและถูกต้องมาก ขึ้น ทาง Google จึงได้จัดทำเครื่องมืออีกตัวหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่า Bid Simulator ครับ ซึ่งเราสามารถเข้าไปใช้งานได้เพียงแค่เข้าไปคลิกที่เครื่องหมาย ที่อยู่ตรงคอลัมน์ Max CPC ด้านหลังค่า Max CPC ที่เราตั้งไว้

โดยผลลัพธ์ที่ได้จาก Bid Simulator นี้ ทาง Google จะรวบรวมเอามาจาก สถิติการแสดงโฆษณาใน 7 วันล่าสุด ของแต่ละ Keywords ที่เราต้องการจะดู มาวิเคราะห์และแสดงผลลัพธ์ให้ดูว่า เราสามารถจะตั้งค่า Max CPC ได้เท่าไหร่บ้าง และเมื่อตั้งแล้วจำนวนคนเห็นโฆษณา และคนคลิกโฆษณาจะมากขึ้นหรือน้อยลงแค่ไหนครับ

และสำหรับ Keywords ที่เราเพิ่งทำโฆษณาได้ไม่กี่วัน เราก็จะไม่สามารถใช้งาน Bid Simulator นี้ได้ครับ เพราะ Google ยังไม่สามารถรวบรวมได้เพียงพอ รวมทั้ง Keywords บางที่ไม่ค่อยมีคนค้นหานั้น Google ก็อาจจะไม่สามารถแสดงผลลัพธ์จำนวนคลิก และราคาที่จ่ายออกมาได้ครับ

โดยส่วนตัว จากเท่าที่ลองเล่นๆ ตัว Bid Simulator นี้มาสักพักนึง พบว่าทำให้ผมรู้สถิติความเป็นไปของ Keywords ที่สนใจมากขึ้น รู้ว่าค่าบิดควรจะอยู่ในระดับที่เท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม และที่สำคัญทำให้รู้ว่า Keywords คำไหนมีคู่แข่งเยอะ คำไหนมีคู่แข่งน้อยครับ

เพราะบาง Keywords นั้น ตัว Bid Simulator แสดงให้เห็นเลยว่า สามารถลดค่า Max CPC ลงมาได้เยอะ ในขณะที่ยังจะได้รับจำนวนคลิกไม่ต่างจากเดิมมาก ซึ่งแสดงว่า Keywords นี้ การแข่งขันไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ คนที่ทำโฆษณาแข่งกับเราก็ไม่ได้จ่ายค่าโฆษณาเยอะ

แต่ในบาง Keywords พอดูผลลัพธ์จาก Bid Simulator แล้ว พบว่า แทบจะไม่สามารถลดค่า Max CPC ลงได้เลย เพราะว่าค่า Max CPC ที่เสนอมาราคาใกล้เคียงกันมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การแข่งขันใน Keywords นี้สูงมาก และผู้ลงโฆษณาแต่ละคนยอมจ่ายมาก เพื่อให้ขึ้นอันดับสูงๆ ครับ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ Google ทำเพิ่มก็คือ การปรับค่าผลลัพธ์ไปเรื่อยๆให้ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด โดยเมื่อเราทำการเปลี่ยนค่า Max CPC ใหม่แล้ว ทาง Google ก็เก็บต่อไป และมาบอกเรา มาเปรียบเทียบให้เราเห็นเลยว่า ก่อนเปลี่ยน และ หลังเปลี่ยน มีสถิติแตกต่างกันอย่างไร มีอะไรที่ดีขึ้น อะไรที่แย่ลงบ้าง (คล้ายๆ กับให้เราทำการ Split Test Max CPC ได้นั่นเอง)

ก็จะทำให้เราสะดวกในการทำ trial & error ของการปรับค่าบิดให้แม่นยำมากที่สุดครับ


เครดิตจาก ตราวุทธิ์

เรียนรู้เทคนิคการหา kewords ทำเงินแบบไร้คู่แข่งที่นี่
http://www.ppcprivateclub.com

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

กูเกิลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ให้ก้าวไกลสู่ตลาดโลก

กู เกิล ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต ให้เว็บฟรี และ AdWords เพื่อทำโฆษณา รวมมูลค่าถึง 5,000 บาท


ช่วง นี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ทำมาค้าขายก็ฝืดเคือง ลูกค้าเก่าไม่ซื้อ ลูกค้าใหม่ก็ไม่มีเข้ามา เมื่อเป็นเช่นนี้กูเกิลจึงก้าวเข้ามาสร้างแคมเปญเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ ประกอบการชาวไทยในการนำอินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วยเป็นช่องทางในการหาลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะการทำการตลาดผ่านเสิร์ซเอนจิ้น โครงการนี้เราได้จับมือกับกระทรวงพาณิชย์ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยใช้ชื่อโครงการว่า “อินเตอร์เน็ตกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลสู่ตลาดโลก” โดยกระทรวง พาณิชย์ได้หนุนเต็มแรงในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาร่วมโครงการนี้ เพราะเล็งเห็นประโยชน์ที่จะได้รับไม่ว่าจะเป็น การใช้เว็บไซต์ให้เป็นอีกช่องทางการขาย เปิดและให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และสามารถดึงลูกค้า ทั้งคนไทยที่ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 14 ล้านคนและขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลกที่มีผู้ใช้กว่า 1,000 ล้านคน

โครงการนี้เปิดรับสมัครแล้วค่ะ ใครสนใจก็มาลงชื่อได้ที่ www.google.co.th/sme2009 โดยท่านที่มีเว็บแล้วก็จะได้รับเครดิตไปโฆษณากับ Google AdWords ฟรี มูลค่าถึง 2,500 บาท เพื่อดึงดูดคนที่ค้นหาสินค้าและบริการผ่าน Google Search มายังเว็บไซต์ของเราค่ะ แต่ใครยังไม่มีเว็บไซต์ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เราได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในการระดมคณาจารย์และนักเรียนมาช่วยทำเว็บไซต์ให้ค่ะ แต่บริการฟรีให้แก่ 400 บริษัท แรกเท่านั้นคะ ที่จำกัดเพราะว่าเว็บที่จะจัดทำให้นั้นครบรูปแบบมากๆ ค่ะ มีบริการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และให้การอบรมการขายสินค้าออนไลน์ 2 ครั้ง รวมมูลค่่าถึง 2,500 บาท ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บมหาวิทยาลัยศรีปทุมค่ะ

เราหวังว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างไทยให้เข็มแข็ง เสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลไปสู่ตลาดโลกค่ะ

พรทิพย์ กองชุน

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประเทศไทย




ประวัติ วัน halloween กับสินค้ายอดฮิต 2009

ใกล้วัน halloween เข้าไปทุกทีแล้วนะครับ ทุกวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อนๆไ้ด้เตรียมที่จะขายของ amazon หรือ cj กันหรือยังครับ

ดูมิวสิกวัน halloween กัน


ตอนนี้เราควรที่จะเริ่มหาสินค้าที่เกี่ยวกับวัน halloween มาเตรียมตัวขายกันได้แล้วนะครับเพราะว่าตอนนี้คนเริ่มจะมีการจับจ่ายซื้อของในช่วงวัน halloween กันบ้างแล้วนะครับ เราควรที่จะเตรียมตัวกันเสียแต่ตอนนี้เพื่อทดสอบ keywords และสินค้า เพราะว่ากว่าจะถึงวัน halloween เราก็น่าจะได้ kewords ทำเงินกันไปมากแล้วโดยที่ไม่ต้องไปทดสอบในวันใกล้วัน halloween ซึ่งจะไม่ทันกาล กว่าจะได้ keywords ทำเงินก็อาจจะสิ้นสุดวัน halloween ไปแล้วนะครับดูแนวโน้มกันว่าเป็นอย่างไร



ประเทศที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับวัน halloween มากที่สุด 10 อันดับครับ



keywords ที่คนทั่วโลกนิยมใช้ค้นหาสินค้าและบริการมากที่สุด 10 ครับ เพราะฉะนั้นสินค้าไหนที่เกี่ยวกับ วัน halloween ควรที่จะนำมาทดสอบได้แล้ว เช่น หมวด Clothing & Accessories › "halloween costumes for women ที่ขายดี Top sellers คร่าวๆนะครับ



ิTop 20 keywords ที่คนให้ความสนใจมากที่สุดครับ

Top 20 keywords ครับที่คนค้นหามากที่สุดในขณะนี้

halloween costume
costumes for halloween
kids halloween costumes
kids costumes
halloween costumes 2009
halloween 2009
halloween ideas
halloween costumes ideas
baby halloween costumes
baby costumes

และที่กำลังมาแรง

halloween costumes 2009 ดาวรุ่งพุ่งแรง
halloween 2009 ดาวรุ่งพุ่งแรง
baby halloween costumes +140%
baby costumes +130%
costumes for kids +120%
infant halloween costumes +100%
toddler halloween costumes +90%
kids costumes +90%
women halloween costumes +80%
kids halloween costumes

เราควรหา keywords เหล่านี้ไปหาเพิ่มเติม หรือไป search ดูใน google หรือ เครื่องมือค้นหาต่างๆ เพื่อไปหาสินค้าและ คีร์เวิร์ดที่ทำเงินต่อไป

ข่าวจากอาจารย์อ้อ

สินค้ายอดฮิตที่ขายดีในเทศกาลฮาโลวีน ได้แก่ halloween costumes, halloween accessories, halloween party supplies เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มมียอดขายตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 กันยายนไปจนถึง 31 ตุลาคม เรามาดูสินค้า Top 10 Halloween Costumes 2009 กันดีกว่า

Top 10 Halloween Costumes 2009

For Women’s :

1.Catwoman
2.Wizard Wanda (Harry Potter)
3.Sexy Schoolgirl
4.Sexy Pirate
5.Naughty Nurse
6.Angel/She-Devil
7.Sexy French Maid
8.Sexy Military Outfit
9.Mafia
10.70s Disco Girl

For Men:

1.Batman
2.Joker
3.Nascar Driver
4.Harry Potter Wizard
5.Priest
6.Pharaoh
7.Army Officer
8.Pimp
9.Police Officer
10.Spiderman

และสำหรับเทรนด์ปีนี้ อ.อ้อคิดว่า ชุด halloween costumes ที่น่าจะได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นชุด Michael Jackson และหน้ากากไมเคิลน่าจะขายดีมากๆ
เพราะปีที่แล้ว เป็นเทรนด์ของโอบาม่า หน้ากากโอบาม่าขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันเลยทีเลย หวังว่าเพื่อนๆ คงพอจะได้ไอเดียในการหาสินค้าทำกำไร และ ขายดิบขายดีในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีนกันนะคะ โชคดีทุกๆ คนค่ะ

จากเว็บอาจารย์ อ้อ

http://www.ilearn.in.th/news/halloween-2009-festival.html


ทีนี้เรามาดูประวัติ วัน halloween กันบ้างนะครับ
ที่มา : www.educatepark.com


ประวัติความเป็นมาอีกฉบับหนึ่ง ให้คำอธิบายถึงที่มาที่ไปของวันนี้ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว เป็นความเชื่อของชาวเซ็ลต์ (Celt) เป็นกลุ่มชนพื้นเมืองในประเทศอังกฤษ โดยเชื่อว่าทุกวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี จะเป็นวันที่ประตูนรกถูกเปิดขึ้นมา บรรจบกับมิติโลกมนุษย์กันอย่างพอดี ทำให้เหล่าวิญญาณพยายามหาทางเข้าสิงมนุษย์ ซึ่งวิธีการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณเข้าสิงคือ "การปลอมตัว" ทำตัวเป็นผีเสียเอง ด้วยการตกแต่งต่างๆ นานาให้ดูน่ากลัวที่สุด เทียนและระบบทำความร้อนก็จะถูกดับ เพื่อให้ร่างกายเกิดความหนาวเย็นเปรียบเสมือนร่างกายที่ไร้ซึ่งชีวิต ส่วนบ้านเรือนจะถูกตกแต่งให้ดูน่าสะพรึงกลัว และผู้คนต่างส่งเสียงเพื่อทำการขับไล่เหล่าวิญญาณชั่วร้ายอีกทีนึง ทั้งนี้ หลายคนต่างสงสัยว่าทำไมสัญลักษณ์ของวันฮัลโลวีน ถึงเป็นหัวฟักทองแกะสลักสีส้ม เจ้าฟักทองนั้นมีชื่อว่า Jack O Lanterns เป็นตำนานของชาวไอริช ที่เป็นนักมายากลขี้เมาและได้ทำข้อตกลงกับปีศาจตนหนึ่ง ในกรณีที่เขาเสียชีวิตแล้ว เขาขอเพียงแค่ไม่ไปทั้งสวรรค์หรือนรก เมื่อถึงคราวชีพจรดับปีศาจตนนั้นจึงมอบถ่านอันคุกรุ่นให้แก่ Jack เขาจึงนำไปใส่ไว้ในหัวผักกาดเพื่อคอยปัดเป่าความหนาวเย็น ต่อมาชาวไอรีชจึงแกะหัวผักกาด และนำถ่านมาใส่เช่นกันเพื่อเป็นสิริมงคลในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายตลอดทั้งปี เมื่อกาลเวลาผ่านไปประเพณีดังกล่าวเริ่มแพร่หลายไปสู่ประเทศอเมริกา แต่หัวผักกาดเป็นสิ่งที่หายาก จึงนำลูกฟักทองมาแกะสลักแทน และนี่คือจุดเริ่มต้นของสัญลักษณ์สีส้ม และสีดำ ทั้งนี้ สีดำบ่งบอกถึงความมืดมิดช่วงเวลากลางคืน ส่วนสีส้มคือแสงสว่างที่ลุกโชติ เพื่อขับไล่ปีศาจนั่นเอง

ที่มา : www.educatepark.com

ขอให้โชคดีนะครับ

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

หาเงินด้วย Auto Blog $10 ต่อวัน

Roadmap นี้บอกตรงๆว่าผมใช้ทำบล็อกหากินกับ adsense มาได้ปีกว่าแล้วครับ แล้วบล็อกเหล่านี้ก็ยังทำเงินมาจนทุกวันนี้ ตกแล้วบล็อกละ 1 เหรียญทุกวันครับ

ดั้งนั้นทำ 10 บล็อกก็ได้วันละ 10 เหรียญ (ถ้าไม่เลือกคีย์เวิร์ดที่แย่สุด ที่ไม่ทำเงินเช่น free icon หรือ wallpaper ต่างๆ) ทำเสร็จน่าจะเห็นผลภายในระยะเวลาสองสามเดือน เงินก็จะเร่ิมเข้ามา

แต่นิดหนึ่งคือว่าเครื่องมือต่างๆนั้นที่ฟรีๆ ที่ผมแนะนำคุณสามารถหาดาวน์โหลดเองได้จาก google นะครับ

แค่ search ชื่อ plugin แล้วตามด้วยคำว่า wordpress plugin ก็จะเจอเองครับ ส่วนเครื่องมือที่ไม่ฟรี ผมก็ทำลิงก์ไว้ให้แล้วครับ เชิญตามสบายครับ

1. ติดตั้งบล็อก WordPress ขึ้นมาซัก 10 บล็อก บนโฮสเช่า จากการใช้ Fantastico หรือ Simple Script บนโฮส

2. หา theme สวยๆมาใส่ซักหน่อย จะได้ไม่ดูเหมือนบล็อกสแปมต่อสายตา google

3. แต่ละบล็อกให้ติดตัั้ง Plugin ดังนี้:


Adsense Deluxe (หรืออื่นๆที่เอาไว้ติด AdSense

>โพสบทความแล้ว rewrite เปลี่ยนคำอีกนิดด้วย WP-O-Matic

ถ้า WP-O-Matic ไม่เวิร์ดหรือพบความยุ่งยาก ผมก็แนะนำ Caffe. Content…

โพสบทความอัตโนมัติจาก RSS ด้วย Caffeinated Content

> Auto Social Poster (หาวิธีใช้เอาเองนะครับ)


4. plugin SEO อื่นๆตามใจชอบ ผมเองใช้ All-In-One SEO

5. แล้วตั้งค่า ping จาก setting / write ของ WordPress ด้วยลิสนี้ download ping list


จาก นั้นก็ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของ google ครับ นอกจากนี้ยังมี Roadmap อีกมากที่ใช้เครื่องมือต่างกันไป และสามารถทำเงินได้มากกว่านี้ ซึ่งบ้างก็เป็นสคริปที่เขียนกันด้วพักพวกกันเองครับ โดยเฉพาะสคริป rewrite ที่ทั้งหลอกล่อ google ได้ไปวันๆ และที่ rewrite อ่านพอรู้เรื่องและ auto backlink ต่างๆ ยังไงจะเอามานำเสนอในโอกาสหน้า (ถ้าเพื่อนยอม) ครับ

ที่มา http://www.digitalmoneylife.com/

เทคนิคการหาคีร์เวิร์ดทำเงินง่ายๆ

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนนะครับว่าเราจะมีวิธีการหาคีร์เวิร์ดอย่างไร ถึงจะโดนใจลูกค้ามากที่สุดครับ คีเวิร์ดแบบไหนละที่คนคลิกเข้ามาแล้วซื้อสินค้า อ้าอย่างรู้แล้วใช่ไหมละครับว่าเป็นอย่างไร บางคนที่เป็นมือใหม่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาคีร์เวิร์ดอะไรไปทำโฆษณาของเรา เราจะเลือก nice keywords อย่างไร mass keywords อย่างไร

การที่เราจะหาคีร์เวิร์ดอันดับแรกเลยนะครับเราต้องหาสินค้าที่เราจะขายให้ได้ก่อนๆที่เราจะหาคีร์เวิร์ด ถ้าเราไปหาคีร์เวิร์ดก่อน แล้วถ้ามันไม่สัมพันธิ์กับสินค้าของเราละ โอกาสที่คนจะไม่ซื้อก็มีเยอะนะครับ และจะทำให้เราขาดทุนด้วย

ทีนี้สมมุติว่าคุณจะขายสินค้า ตัวหนึ่ง คือ Panasonic HDC-TM10

คีร์เวิร์ดที่เป็นไปได้มากที่สุดและสัมพันธิ์กับสินค้าของเรามากที่สุดคือ ส่วนมากก็จะเข้าไปหาคีร์เวิร์ดกันที่ https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal


ที่เจาะจงที่สุดคือ keywords 4 ตัวข้างบนนะครับ

panasonic hdc-tm10
hdc-tm10eb
hdc-tm10
hdc-tm10eb-s

ที่เขาเรียกว่า buying keywords คือคีร์ิเวิร์ดที่มีคนคลิ็กแล้วซื้อและสัมพันธิ์กับสินค้าของเราที่สุดแล้ว โอกาสที่คนคลิกเข้ามาแล้วซื้อก็มีมาก ยิ่งเราหาคีร์เวิร์ดได้เจาะจงมากเท่าไรโอกาสที่คนคลิกเข้ามาแล้วซื้อก็ยิ่งมีมากขึ้น และป้องกันการคลิกเล่นของคนที่ไม่ต้องการอีกด้วย และเราสามารถที่จะเพิ่มคีร์เวิร์ดไ้ด้อย่างไม่รู้จบด้วยนะครับ

โดยการเติม buy เข้ามาข้างหน้าบ้างเช่น

buy panasonic hdc-tm10
buy hdc-tm10eb
buy hdc-tm10
buy hdc-tm10eb-s

หรืออีกอย่างหนึ่ง Cheap
cheap panasonic hdc-tm10
cheap hdc-tm10eb
cheap hdc-tm10
cheap hdc-tm10eb-s เป็นต้น

การหาคีร์เิวิร์ดเป็นไปอย่างไม่รู้จบ เข้าไปที่ shopping.com
แล้วเลื่อนลงข้างล่าง เราก็จะเห็น Top Searches ใน shopping.com สามารถเข้าไปเลือกดูคีร์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้าของเราได้ โดยเอาคีร์เวิร์ดของสินค้าเราไป search ในช่องค้นหา panasonic hdc-tm10 ไป search ดูก่อนนะครับถ้าไม่มีสินค้าหรือ keywords ที่ตรงกับที่เรา search ก็ไม่ต้องไปหาครับ

และสามารถที่จะไปหาคีร์เวิร์ดในที่อื่นๆอีกมากมายที่นิยมๆกันก็จะมี
bing.com
yahoo.com
pricescan.com
เป็นต้นครับ

เพราะฉะนั้น keywords สำัคัญมากๆเลยถ้า keywords ไม่สัมพันธิ์กับสินค้า หรือใช้ keywods ที่่กว้างเกินไป โอกาสที่คนจะไม่ซื้อก็มีมาก keywords ที่ไม่เจาะจงกับสินค้าตัวนี้ก็เช่น panasonic, panasonic camera , panasonic camcoder เป็นต้น เป็นตัวบ่งบอกว่า panasonic จริงแต่ไม่ เจาะจงว่าเป็นรุ่นอะไร เพราะ สินค้า panasonic มีอยู่มากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อใ่ช่ไหมละครับ เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้เจาะจงทีสุด โดยใส่ รุ่น ใส่ ยี่ห้อ ใส่โมเดล เข้าไปครับ

เช่น
Panasonic TC-P46G10 46
Panasonic TC-P50G10 50
Panasonic SC-BT300
Panasonic Lumix ZS1 / TZ6
Panasonic AG-DVC20 Camcorder

มีบอกรุ่น บอกยี่ห้อ โมเดลด้วยครับ ว่าเป็นของรุ่นยี่ห้ออะไร แค่นี้ก็เป็นโอกาสที่เป็นไปได้แล้วนะครับว่าจะทำกไรให้กับสินค้าของเราได้ สุดยอดมากครับ

พบกันไหม่ขอให้รวยๆนะครับ


Magic LIVE Keywords พร้อมแนวทางสู่ขุมทรัพย์เงินล้านในโลกออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

ความสำคัญของตลาด (Market) สำหรับนักการตลาด

ความสำคัญของตลาด (Market) สำหรับนักการตลาด

ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผม จะมาเล่า เรื่อง ความสำคัญของตลาด (Market) สำหรับนักการตลาด กันนะครับ โดยทั่วไปในความหมายของคำว่า ตลาด ในมุมมองของนักการตลาดจะมีความสำคัญมาก เพราะตลาดที่ผมกำลังจะกล่าวถึง จะเป็นที่ ๆ นักการตลาดได้พบกับลูกค้านั้นเอง ดังนั้นหากนักการตลาดสามารถศึกษาถึงความสำคัญของตลาดแล้ว นักการตลาดก็สามารถทราบความต้องการของลูกค้าในตลาดนั้นเอง ในที่นี้ผมจะแบ่งตลาดออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้ครับ

ตลาดประเภทที่ 1 ตลาดผู้บริโภค (Consumer Market) เป็นตลาดที่ลูกค้าซื้อสินค้าไปใช้เอง การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดของนักการตลาดจะต้องคำนึงถึงการตัดสินใจซื้อของ ลูกค้าเฉพาะบุคคล ดังนั้นนักการตลาดต้องศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อ ของผู้บริโภคเป็นหลักนะ ครับ

ตลาดประเภทที่ 2 ตลาดอุตสาหกรรม (Industrial Market) เป็นตลาดที่ลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้ว นำไปดำเนินการอื่น ๆ ต่อ เช่น ซื้อสินค้าไปเพื่อขายต่อ นำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิต หรือนำไปใช้สำนักงานเป็นต้น โดยตลาดสินค้าแบบนี้เราอาจจะเรียกว่า ตลาดผู้ผลิต หรือ ตลาดธุรกิจก็ได้ ดังนั้นนักการตลาดจะต้องศึกษา
พฤติกรรมการซื้อขององค์การเป็นหลัก (Organizational buyer's behavior) เพราะบุคคลที่ทำหน้าที่ในการจัดซื้อ จะซื้อสินค้าเหล่านี้ในลาดโดยจะคำนึงถึงนโยบายของบริษัทเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่สินค้าในตลาดนี้จะแข่งขันกันในเรื่องการบริการครับ

ตลาดประเภทที่ 3 ตลาดรัฐบาล (Government Market) ตลาดประเภทนี้นักการตลาดบางท่านอาจจัดรวมเข้ากับประเภทที่ 2 แต่สำหรับความคิดของผม ผมคิดว่าน่าจะแยกครับ เพราะการซื้อสินค้าการภาครัฐแบบนี้ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่พิเศษ แตกต่างจากการซื้อสินค้าของเอกชน เพราะโดยส่วนใหญ่ภาครัฐจีการจัดซื้อ จัดจ้าง ที่เป็นลักษณะเฉพาะ โดยในแต่ละหน่วยงาน จะมีวิธีการที่คล้าย ๆ กัน ตามที่นโยบายกลางเป็นผู้กำหนด ดังนั้นนักการตลาดจะต้องทำความเข้าใจในเงื่อนใขต่าง ๆ ให้ดี มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายกับบริษัทได้ครับ

ตลาดประเภทที่ 4 ตลาดระหว่างประเทศ (International Market) เป็นตลาดประเภทสุดท้ายครับ โดยตลาดนี้จะเป็นตลาดของภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ ทั้งที่ลูกค้าซื้อไปใช้เองหรือซื้อไปขายต่อก็ได้ แต่ แนวคิดหลักของตลาดแบบนี้จะอยู่ที่ กลุ่มลูกค้าจะไม่ใช่ คนไทย หรือถ้าเป็นคนไทยก็ต้องเป็นคนไทยที่อยู่ในตลาดต่างประเทศ ตลาดแบบนี้นักการตลาด ควรวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในตลาดต่างประเทศให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องวัฒนธรรมของลูกค้าในประเทศ นั้นเพราะ วัฒนธรรมของลูกค้าในแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน และย่อมส่งผลต่อการซื้อที่แตกต่างกันด้วย

คงเห็นกันแล้วนะครับว่า ตลาดกับลูกค้ามีความสัมพันธ์และสำคัญต่อนักการตลาดอย่างไร หากนักการตลาดเข้าใจตลาด (Market) ก็เท่ากับเราเขาใจลูกค้า (Customer) ของเรานั้นเองครับ

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

การพิจารณาสินค้า ก่อนที่จะทำการขาย

ก่อนที่เราจะขายสินค้าเราต้องพิจารณาส่วนที่สำคัญของสินค้าก่อนนะครับว่า เราต้องดูตรงไหน มีอะไรบ้างที่เราต้องให้ความสนใจ ที่จะทำใ้ห้เรามั่นใจก่อนว่า สินค้านี้จะทำกำไรให้กับเราหรือไม่ เช่น ผมจะขาย สินค้าตัวนี้ใน www.amazon.co.uk
canon digital IXUS 95 is Digital Camera ราคา £155.25 เป็นต้น ภาพตัวอย่าง


ข้อที่เราควรพิจารณามีดังต่อไปนี้ครับ
1. (18 customer reviews) ดูการคอมเมนท์ของคนที่เขาเข้าไปซื้อสินค้าก่อนว่าเขาแสดงความรู้สึก หรือความเห็นต่อสินค้า ตัวนี้อย่างไร ควรที่จะเกิน 5 คนขึ้นไป

2. ต้องมี 4 ดาวขึ้นไปถึงจะดีที่สุดครับ

3. ต้องมีส่วนลด ยิ่งลดมากยิ่งเป็นผลดีต่อสินค้าของเรา ส่วนลดอาจจะมีขึ้นลงบ้าง ตามท้องตลาดควรติดตามอย่างใกล้ชิด
4. ต้องมีส่งฟรี ยิ่งส่งเร็วเท่าไรยิ่งดี เพราะลูกค้าทุกคนยังไงก็ต้องการของเร็วอยู่แล้วใช่ไหมละครับ
5. ต้องมีสินค้าในสต็อก พร้อมส่งทันที





6. สินค้าไม่ควรเกิน 1 ปีนับจากวันที่ผลิต



7. what do customers ultimately bay after viewing this item?
คือ 44% buy the item featured on this page: ตัวนี้ถ้าจะให้ดีต้องเกิน 50% ขึ้นไป เป็นตัวที่แสดงว่าคนที่เข้ามาดูสินค้านี้มีเปอร์เซนต์ซื้อกี่คน และซื้้อสินค้าอื่นกี่คน ปรากฎว่ามี 44 % ที่ซื้อสินค้า และซื้อสินค้ารองลงมา 26 % ซึ่งสูงมากถ้าสินค้าค้าที่ลองลงมา มีราคาที่ถูกกว่ามากโอกาสที่คนจะไม่ซื้อตัวแรกแต่ซื้อสินค้าตัวที่สองที่ สามแทนก็มีมาก และอาจจะทำให้เราขาดทุนได้ เพราะฉะนั้นสินค้าที่เรียงอยู่ใกล้กันควรเป็นสินค้าที่ราคาใกล้เคียงกันนะครับ ถ้ารวมทุกตัวแล้วต้องเกิน 90% ขึ้นไปครับถึงจะดี แต่ก็มีเหมือนกันที่ต่ำกว่า 50% แล้วสามารถขายได้และทำกำไรได้

เพียงเท่านี้ก็ทำให้เรามั่นใจได้ระดับหนึ่งแล้วนะครับว่าสินค้าของเราสามารถที่จะไปแข่งกับคู่แข่งขันได้แล้ว แต่แค่นี้ยังไม่พอครับ เราต้องมีข้อมูลที่สำคัญอีกอย่างคือ

ต้องไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันก่อน ว่าสินค้าของเราถูกหรือแพงกว่าคู่แข่งขันอย่างไร มากน้อยแค่ไหน
นักโฆษณาส่วนมากก็จะไปเปรียบเทียบราคากันที่นี่ครับ http://www.google.com/products
และ http://www.pricescan.com เป็นต้น ก่อนถ้าสินค้าของเราราคาถูกกว่า จะดีมากหรือถ้าแพงกว่าก็ไม่ควรแพงกว่ามาก เพราะว่าเว็บ amazon น่าชื่อถือกว่าถึงจะแพงกว่าบ้างยังไงคนก็ซื้อที่ amazon อยู่แล้วครับ เพราะทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะต้องได้รับของแน่นอนไม่ถูกหลอกลวง

อีกอย่างที่ไม่ควรพลาด คือ ต้องดูแนวโน้มของสินค้าก่อนที่ http://www.google.com/insights/search/
ว่าสินค้าของเรามีแนวโน้มของสินค้าที่เรากำลังจะทำโฆษณาตัวนี้อย่างไร กำลังขึ้นหรือลง ได้รับความนิยมหรือหมดความนิยมไปแล้วต้องพิจารณาให้ดีนะครับก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร

ถ้าเราทำได้อย่างนี้แล้วรับรองว่าเราสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน

ขอให้รวยนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

Amazon ชี้ธุรกิจเก็มทำให้ยอดขายลด

ผู้บริหารร้านค้าออนไลน์อเมซอน กล่าวโทษที่กำไรในช่วงไตรมาสที่สองหดหายไป 16 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายสื่อมีเดีย อย่างวิดีโอเกม และเครื่องคอนโซล มีการเติบโตลดลง

เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน “Amazon” ร้านขายสินค้าออนไลน์ชื่อดังของโลก ได้สนับสนุนแคตตาล็อคสินค้าเกี่ยวกับวิดีโอเกมมากขึ้น ด้วยการเปิดเซกชั่น Xbox Live ซึ่งขณะนี้มีสินค้านำเสนออยู่ประมาณ 114 ชิ้นอย่างไรก็ตามการพยายามสนับสนุนดังกล่าวก็ดูจะไม่สามารถสร้างรายได้เพิ่ม เติมอะไรให้กับอเมซอน โดยกำไรในช่วงไตรมาสที่สอง(เมษายนถึงมิถุนายน) ลดลง 10 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน

หลังจากพบว่าบริษัทกำไรหดหายไปถึง 10 เปอร์เซนต์ “Tom Szkutak” ผู้บริหารฝ่ายการเงินของอเมซอน ก็ออกมาให้ความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวโทษว่าที่กำไรหดหาย ประสิทธิภาพในการทำกำไรตกต่ำลง มาจากสภาวะการเติบโตที่ลดต่ำลงของตลาดวิดีโอเกมและคอนโซล

ข้อมูลจากอเมซอน ระบุว่า ยอดขายของสินค้าประเภทสื่อมีเดีย ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2008 เติบโตสูงขึ้น 25 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2007 ส่วนยอดขายในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2009 เติบโตสูงขึ้น 0 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2008 “Tom Szkutak” กล่าวว่า “จุดอ่อนอย่างหนึ่งของเราคือยอดขายในสินค้าประเภทสื่อมิเดีย ที่หมายรวมถึงหนังสือ และเพลง ที่ทำยอดขายได้ค่อนข้างทรงตัวในอเมริกา ขณะที่ยอดขายในส่วนของวิดีโอและคอนโซลประสบปัญหาเติบโตลดลง”

ความเห็นของ “Tom Szkutak” ออกมาหลังจากที่ NPD หน่วยงานบันทึกสถิติวงการเกมในสหรัฐ ออกมาเปิดเผยตัวเลขยอดขายซอฟต์แวร์เกมคอนโซลและพกพา , ฮาร์ดแวร์ และ อุปกรณ์เสริม ประจำเดือนมิถุนายนในอเมริกา ซึ่งมียอดขายลดลง 31 เปอร์เซนต์ จาก 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 1.17 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนเมื่อปี 2008

”Anita Fraizer” ในฐานะนักวิเคราะห์มองว่าครึ่งแรกของปี 2009 ต้องพบกับความยากลำบากในการเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก ครึ่งแรกของปี 2008 มีเกมฟอร์มยักษ์ออกวางจำหน่ายหลายตัว

แม้ว่ายอดขายสินค้าประเภทสื่อมีเดียของอเมซอนในไตรมาสที่สองจะค่อนข้างทรง ตัว แต่รายได้สุทธิในไตรมาสที่สองของสินค้าทั้งหมดก็เติบโตขึ้น 14 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว จาก 4.06 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 4.65 พันล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามยอดกำไรในไตรมาสที่สองก็ยังคงลดลงจาก 158 ล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 142 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamespot.com

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

Thailand Geo Targeting‏

สวัสดีครับทุกคน

วันก่อนได้สร้างแคมเปญโฆษณาใน AdWords ใหม่ไป เห็นตอนสร้างนั้นบอกว่าจะขึ้นแสดงโฆษณาในกรุงเทพ ประเทศไทย ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะปรกติผมก็ทำโฆษณาเฉพาะในต่างประเทศอยู่แล้ว

มาวันนี้ลองเข้าไปดูอีกครั้ง ก็เลยเห็นว่า ตอนนี้ทาง Google ได้เพิ่มฟังค์ชั่นตัว Geo Targeting ให้กับประเทศไทยแล้ว โดยถ้าหากเราต้องการลงโฆษณาให้คนไทยในบางจังหวัดเห็นก็สามารถทำได้แล้วครับ


ก็จะเป็นผลดีอย่างมากกับ ธุรกิจท้องถิ่นต่างๆ ที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าในจังหวัดตนเองเท่านั้น ทำให้สามารถลงโฆษณาได้ และไม่เปลืองงบมากจนเกินไป รวมทั้งน่าจะทำให้ได้ฐานลูกค้าใหม่ๆ มาติดต่อธุรกิจเรื่อยๆ ครับ

รวมทั้งทาง Agency เอง ก็น่าจะเสนอขาย Google AdWords ได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถบอกกับลูกค้าได้อย่างชัดเจนว่า เงินที่ลงโฆษณาไป มีความคุ้มค่า ทุกบาท ทุกสตางค์ ครับ

รายชื่อจังหวัดที่ทาง Google ให้เราลงโฆษณาแบบเฉพาะเจาะจงมีอยู่ด้วยกัน 26 จังหวัด ดังนี้

1. Chachoengsao (Region)
2. Chiang Mai (Region)
3. Chiang Rai (Region)
4. Chon Buri (Region)
5. Khon Kaen (Region)
6. Krung Thep Maha Nakhon Bangkok (Region)
7. Lampang (Region)
8. Nakhon Pathom (Region)
9. Nakhon Ratchasima (Region)
10. Nakhon Si Thammarat (Region)
11. Nonthaburi (Region)
12. Pathum Thani (Region)
13. Pattani (Region)
14. Phaket (Region)
15. Phitsanulok (Region)
16. Phrae (Region)
17. Phra Nakhon Si Ayutthaya (Region)
18. Prachuap Khiri Khan (Region)
19. Ranong (Region)
20. Samut Sakhon (Region)
21. Saraburi (Region)
22. Songkhla (Region)
23. Trang (Region)
24. Ubon Ratchathani (Region)
25. Yala (Region)
26. Yasothon (Region)

หากคุณwee ทำโฆษณาเจาะจงกลุ่มลูกค้าไทยอยู่ การมี Geo Targeting แบบนี้ คงจะช่วยทำให้การวัดผลดีขึ้น และทำ ROI ได้มากขึ้นนะครับ

แล้วพบกันใหม่ครับ

ของคุณๆตราวุทธิ์

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

Google adwords คืออะไร ?

Google adwords เป็นผู้นำอันดับหนึ่ง ในโลกออนไลน์เลยก็ว่าได้ในขณะนี้ ในด้านการโฆษณาสินค้าและบริการ ที่ให้ผู้ที่ต้องการโปรโมทสินค้าของตัวเองผ่าน google adwords และ google adwords มีบริการ 2 อย่างหลักๆคือ ppc search engginge and content networke เพื่อให้ผู้ทำโฆษณาไปทำโฆษณาผ่านทาง google adwords และ พันธมิตรของ google เอง ที่มีอยู่ทั่วทุกมุนของโลก อย่างเช่น aol.com, ask.com, shopping.com, sanook.com, หรือของ google เองเช่น youtube.com, gmail.com เป็นต้น

การเปิดใช้งาน google adwords เราจะต้องเสียค่าสมัครสมาชิก $5 ตลอดชีวิตครั้งเดียวเท่านั้น และเราก็สามารถ บริหารจัดการบัญชีของเราใน google adwords ได้ ซึ่ง google เองก็จะมีเครื่องมือให้เราทำโฆษณาได้อย่างเต็มที่ และสามารถบริหารจัดการได้ทันทีหลังจากที่สมัครแล้ว

รายได้หลักของ google ก็จะมาจากการทำ ppc ของเรานี้แหละครับ กว่า 90% เลยก็ว่าได้ผมไม่ขออธิบายในที่นี้นะครับ

ในบัญชีของ google ก็ประกอบไปด้วย

1. ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีทั่วไป อีเมล รหัสผ่าน และบัตรเครดิต ของเราที่ใช้สำหรับให้ google ชาร์ตเพื่อเป็นค่าโฆษณาหลังจากที่เราทำโฆษณาแล้่วนะครับ
สำหรับเงินค่าโฆณาเราสามารถกำหนดเองได้ว่าเดือนนี้เราจะใช้งบเท่าไรในการทำโฆษณา ถึงเราจะมีเงิน ไม่ถึง 1000 บาทเราก็สามารถทำโฆษณาใน google adwords ได้

2. Campange ในแต่ละแคมเปญก็ประกอบไปด้วยกลุ่มโฆษณาตั้งแต่ 1 กลุ่มขึ้นไป และในแต่ละกลุ่มโฆษณาก็ประกอบไปด้วย คำที่คนค้นหาคือ keywords ที่คนใช้ค้นหาสินค้าและบริการ เช่น คนที่ต้องการ กล้องแคนนอนคาเมล่า เขาก็จะพิมพ์คำว่าcanon powershot a590 is เป็นต้น ถ้าเราขายสินค้านี้และคนค้นหาก็มาเจอคำที่เราพิมพ์ลงไปรวมทั้งเป็นสินค้าที่เขาต้องการอยู่แล้ว เขาก็จะมาซื้อบริการของเรา ถ้าเราลงโฆษณาที่ กทม เท่านั้น คนที่พิมพ์ คำค้นหาลงไปใน google ที่อยู่ใน กทม ด้วยก็จะเห็นโฆษณาของเรา คนที่อยู่นอก กทม ก็จะไม่เห็น เป็นต้น keywords สามารถชี้เป็นชี้ตายเราได้เลยก็ว่าได้ว่าเราจะได้กำไรหรือขาดทุน และมีองค์ประกอบอื่นๆด้วย จะไ้ด้อธิบายในบทต่อๆไปครับ

3. ข้อความโฆษณา ที่ใช้กระตุ้น ความสนใจให้กับคนที่มีความประสงค์จะซื้อสินค้าและบริการ คนที่จะคลิกเข้ามาซื้อสินค้าและบริการของเรา ข้อความโฆษณาของเราต้องดึงดูด มีความน่าสนใจ เป็นข้อความที่เป็นจริงไม่หลอกลวง เพื่อให้คนคลิกเข้ามาอ่าน ก่อนตกลงซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าหรือบริการของเราlanding page ก็มีส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน ต้องตรงกันหรือสำพันธ์กับข้อความโฆษณาที่พิมพ์ลงไป ถ้าข้อความโฆษณากับ landing page หรือสินค้าไม่ตรงกัน คนก็จะออกจากเว็บของเราอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น landing page และข้อความโฆษณาจึงสำคัญมากๆ

ข้อดีของ google adwords คือ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนทั่วทุกมุมโลกคุณก็สามารถทำโฆษณาได้ขอเพียงมี คอมพิวเตอร์ที่ต่ออินเตอร์เนต
เราสามารถ ลงโฆษณาเฉพาะบางพื้นที่ที่เราต้องการก็ได้ หรือบางประเทศก็ได้จะให้โฆษณาของเราแสดงเวลาไหนก็ไ้ด้หยุดเวลาไหนก็ได้ โดยที่เราไม่ต้องไปจัดการอะไรมากนัก ทำให้เราบริหารจัดการค่าโฆษณาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุดครับ

ข้อดีของ google adwords ยังมีอีกมากครับสำหรับใครที่คิดจะทำโฆษณาหรือมือใหม่ๆทั้งหลายที่คิดจะเริ่มต้นทำโฆษณา ก็ลองสมัครแล้วศึกษาดูนะครับ ว่า google adwords มีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าที่คุณคิด

พบกันใหม่ครับ

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

ppc คืออะไร ? ตอน 3

ไม่ได้เข้าบล็อกมาหลายวันเลย อะคราวนี้เรามาเรียนรู้เทคนิคการทำ ppc + amazon กันต่อ การทำ ppc ที่ได้ผลก็คือ ต้องพยายามคอยสอดส่องดูแล แคมเปญของเราอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงระยะแรกๆที่เราลงโฆษณา ต้องดูแลบ่อยๆหน่อย เพราะว่าการทำ ppc มันต้องมีการแข่งขันกันตลอดเวลา โดยเฉพาะสินค้าที่ขายดีมีคู่แข่งเยอะ เขาอาจจะปรับค่าบิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็ได้ แล้วจะทำให้โฆษณาของเราไม่ขึ้นก็ได้

แล้วคู่แข่งของเราละเป็นใคร

คู่แข่งตัวจริงของเราคือ คนที่ทำโฆษณาบริษัทเดียวกันกับเรานั่นแหละ บางคนบอกว่าเอ้าบริษัทเดียวกันแล้วทำไมต้องแข่งกันด้วยละ นี่แหละครับบริษัทเดียวกันนี่แหละคือคู่แข่งตัวจริงของเราเลย เช่นผมทำ amazon อยู่คนที่ทำ amazon เช่นเดียวกับเรานั่นแหละคู่แข่งอาจจะมีหลายคนหรือแค่ 2 คนก็ได้นะครับ

ที่ว่าเป็นคู่แข่งของเราก็คือว่า google adwords จะจัดคนที่ คะแนนดีกว่า ค่าบิดสูงกว่า และอยู่นานกว่า อยู่อันดับที่สูงกว่า คือ อยู่ หน้า 1 คนที่คะแนน ค่าบิด น้อยกว่าก็จะอยู่หน้า สอง อาจจะอยู่อันดับประมาณ 10 ขึ้นไปก็ได้อยู่ที่คู่แข่งด้วย ซึ่งถ้าเราอยู่อันดับทีด้อยกว่ามากเท่าไรก็เท่ากับว่า ยอดขาย การคลิก ของเราก็จะน้อยตามไปด้วย คนที่อยู่อันดับหน้าแรก ยิ่งสูงเท่าไรการคลิกก็จะมากตามไปด้วย แต่ถ้าพูดถึงยอดขายแล้วละก็ อันดับ 2-5 ยอดขายจะดีมากกว่าอันดับหนึ่ง ถึงการคลิกจะน้อยกว่าอันดับหนึ่งก็ตามแต่ยอดขายไม่ได้น้อยตามเลย แต่ก็จะอยู่ที่การนำเสนอ สินค้า และ kewords ของเราด้วย ซึ่งจะได้กล่าวในคราวต่อไป
โดยเฉพาะสินค้า และคีร์เวิร์ดนี้สำคัญที่สุด

การคิดจัดอันดับของ google คือ

ถ้าเราบิดที่ $1 อีกคนที่เป็นคู่แข่งของเราบิดที่ $0.95 เราก็จะได้ขึ้นหน้าหนึ่ง เขาก็จะได้ขึ้นอันดับสอง ถ้าเขาอยากขึ้นอันดับหน้าหนึ่งแทนเราเขาต้องเพิ่มบิดมากกว่า $1 ครับ นี่แหละคือการแข่งขัน ถ้าเราอยู่หน้าสอง การคลิกการแสดงก็จะน้อยกว่าคนอยู่อันดับ 1 มาก เพราะฉะนั้นจึงมีการแข่งขันกันเพื่อให้ตนเองขึ้นอันดับที่สูงกว่าเสมอ เพราะนโยบายของ google ก็คือ จะให้บริษัทเดียวกันอยุ่หน้า 1 เหมือนกันไม่้ได้ เช่น www.amazon.co.uk และ www.amazon.co.uk เป็นต้นอยู่หน้าเดียวกันไม่ไ้ด้ บางคนหลอก google โดยการเติม www.amazons.co.uk โดยการเติม s เข้าไป เพื่อให้อยู่หน้าเดียวกัน แต่เราก็ไม่ควรทำเด็ดขาดนะครับ ควรจะใ้ช้ได้ในกรณี ต้องการที่จะ locop คือการกำจัดคู่แข่งเท่านั้นนั่งเอง พอกำจัดคู่แข่งแล้วก็ควรที่จะลบ s ออกทันที ก่อนที่ google จะตรวจเจอเพราะผิดกฏของ google แน่นอน

ครับเพราะฉะนั้นการทำ Campange PPC จึงต้องติดตามอยู่ตลอดเวลาในระยะแรกๆ และห่างๆบ้างเมื่อเราได้ทำการทดสอบ kewords ทำเงินแล้ว

พบกันใหม่ฉบับหน้านะครับ

เรียนรู้เทคนิคการขายสินค้ากับ Amazon + PPC ,SEO

ทำ seo ด้วย wp ง่ายนิดเดียวลองดู

Manager Online - เกม

Manager Online - Cyberbiz

Drinkwell Pet Fountain Cleaning