หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เทคนิคการทำกำไร จาก google adwords

การที่เราจะทำกำไรจาก PPC ใน Google adwords นั้นจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่ายครับ ส่วนสำหรับมือเก๋าแล้วก็คงไม่มีปัญหาต่างก็บอกว่ามันง่ายมากๆ ที่จะทำกำไร แต่ผมก็ได้ลองถูกลองผิดตามที่เหล่าเทพทั้งหลาย หรือคนที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจนั่นแหละครับอิอิ ว่าเขาทำกันอย่างไร ที่แรกต้องบอกว่าขาดทุนยับยับจริงๆครับ เหมือนโยนเงินเข้าไฟเลยไม่ได้กลับมาซักบาท เพราะความไม่ย่อท้อผมก็สามารถที่จะทำกำไรกับเขาได้บ้างแล้ว และจะมากขึ้นเรื่อยๆตามงบที่มีอยู่

เอาละครับพูดมาตั้งนานเมื่อไรจะมาสักทีเกิ่นมาตั้งนาน วันนี้เรามารู้ขั้นตอนที่ 1 ก่อนว่าเราจะต้องทำกันอย่างไรผม จะทำแผนไว้สำหรับแต่ละสินค้าอยู่ 5 ขั้นตอนด้วยกัน ยังไงท่านลองทำตามแผนของผมนะครับ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ผมรับรองว่าท่านต้องทำได้เหมือนผมอย่างแน่นอน หรืออาจจะทำได้มากกว่าผมด้วยซ้ำไป

สำหรับแผนที่ 1

เราควรนำสินค้า หมวดใดหมวดหนึ่ง เช่นผมเอาหมวด สินค้า electronic canon powershot

อันดับ 1-10 เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าอันดับเหล่านี้คนซื้อดี amazon ก็จัดมาไว้อันดับต้นๆ เพราะอันดับเหล่านี้ มันจะมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนแล้ว สำหรับผมแล้วไม่ได้เทียบราคาเท่าไรจะจับยัดเข้าไปลงโฆษณาเลย
ใครจะทำตาม นี้ก็ได้นะครับ จะไม่ทำให้เสียเวลามาก ถ้าพูดถึงคุณสมบัติของสินค้า ก็จะมี 4-5 ดาว ,มีส่งฟรี มีส่วนลด , ราคาถูกกว่าคนอื่น เป็นต้น จะทำให้โอกาสที่จะขายได้และทำให้มีคนซื้อได้มากขึ้น


ก็ให้เอา ่ทั้ง 10 สินค้านั่นแหละครับไปลงโฆษณาพร้อมกัน ราคาสินค้าควรจะประมาณ 150 -1000 ยูโร หรือ $200-$1200 เป็นต้น
และอันดับแรก สำหรับวันแรกนะครับ ให้โฆษณาทั้งประเทศเลย จะได้รู้ว่าขายได้ไหม รันใน แคมเปญเดียวกันทั้งหมด เลือกเอาเวลาที่ขายดีที่สุดก่อน ถ้าเป็นประเทศ เยอรมัน และอังกฤษ ผมก็จะเลือกรันโฆษณาเวลาที่ 18-06 น. ที่บ้านเรานะครับ ถ้าเวลาใน เยอรมัน และอังกฤษ ก็จะประมาณ เที่ยงถึง เที่ยงคืน

การตั้งค่าบิดเราต้องตั้งค่าบิดให้ต่ำที่สุดก่อน ผมจะตั้งค่าบิดไว้ที่ 0.2-0.4 เท่านั้น แล้วเราก็ค่อยๆเพิ่มบิดที่ละเล็กทีละน้อยค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะสำหรับคนงบน้อย และเข้ามาดู 1-2 ชั่วโมงเข้ามาดูครั้งหนึ่งว่ามี impression หรือเปล่า ควรเพิ่มบิดที ละประมาณ 0.01-0.05 เท่านั้น ค่อยๆเพิ่มบิดไป ค่อยๆทำไปครับใจเย็นๆ จนกว่า imp- จะขึ้น เพราะว่าบางสินค้า มีคนค้นหาเยอะแต่ไม่ค่อยซื้อกัน อาจจะนานๆทีซื้อ เพราะฉะนั้นเราต้องประหยัดงบไว้ก่อน

ถ้าแสดงแล้วและอยู่ในเกณฑ์ที่เรารับได้ ผมจะทำให้มีคลิกจำนวนมากก็ได้โดยเพิ่ม บิดขึ้นมากๆ หรือเราจะให้มีคลิกน้อยก็ได้โดยเพิ่มบิดทีละน้อย เพื่อดูจะนวนคลิก ประมาณ 20-40 click ว่าขายได้ไหม ถ้าอยู่ในช่วงนี้ แต่ถ้ายังขายไม่ได้ก็ ให้พิจารณาจะหยุดเสียหรือขายต่อ สำหรับผมแล้วหยุดครับ ถ้าเริ่มมี click ขึ้นมาบ้างแล้วตัวไหนที่มี imp- เราต้องรีบเข้าไปติด conversion tracking ไว้เลยครับเพื่อป้องกันการขาดทุน

ติดตามแต่ละ keywords ละครับทีนี้ ประมาณ 10-20 click สำหรับแต่ละ ke- ถ้าตัวไหนขายได้ก็เอาไว้ตัวไหนที่ถึง click ที่เราก็หนดแล้วแต่ว่ายังขายไม่ได้ก็ให้ลบออกเสีย ก็จะทำให้เราลด ค่าโฆษณาลงไปได้เยอะเลย และจะทำให้เราได้กำไรมากขึ้น conversion สูงขึ้นมากทีเดียว ประมาณ 10 click เราก็ขายได้แล้ว คลิกต่อวันถ้าเราไม่ต้องให้เสียค่าโฆษณมากมากควรให้มี ประมาณ 2-6 click/วัน ก็พอ สำหรับโฆษณาผมก็ไม่ได้ให้แสดงอยู่แถวหน้าตลอดเวลา ถ้าคู่แข่งที่มี url เหมือนกันแต่เขามีงบที่มากกว่าเราก็ควรให้โฆษณาของเราแสดงบ้างเท่านั้น เช่น 20/80 หมายความว่า ถ้าเราบิดแข่งกับคู่แข่งที่เป็น amazon เหมือนกัน เราก็ควรให้โฆษณาของเรา แฝงอยู่เท่านั้น เพื่อไม่ต้องไปแข่งบิดกับเขาซึ่งๆหน้า ก็คือว่า โฆษณาของ เขาถ้าเขาบิดที่ $1 เราบิดที่ $0.7 เป็นต้น ของคู่แข่งต้องขึ้นอันดับ 1 แทนเราแน่นอน

ถามว่าของเราจะแสดงหรือ เพราะ google ให้แสดง url ที่เหมือนกันเพียง url เดียวเท่านั้น เราจะรู้ว่าของเราแสดงไหมก็ให้ดูที่ imp- ถ้ามีก็แปลว่าของเราแสดงแน่นอน แต่ๆนะครับแสดงน้อยกว่า คนที่บิด 1$ เช่น มีคนค้นหา 100 ครั้ง ของคู่แข่ง แสดง 80 ครั้ง ของเราแสดง 20 ครั้ง เนื่องจากว่าของเราบิดต่ำกว่า ก็มีการแสดงน้อยกว่าเป็นต้น

ถ้ายังไม่แสดงเลยก็ให้เพิ่มบิดไปเรื่อยๆก่อน ทุกอย่างเราต้องจดบันทึกการ click ,imp , cpc ,ctr ,cost$ , sale ไว้ด้วยนะครับว่าแต่ละสินค้าที่การทำงานอย่างไรบ้างวันนี้ได้เท่าไรเสียเท่าไร ต้องบันทำไว้ประจำวันเลย ไม่ควรคาดหวังที่จะขายได้ทุกวันเพราะแต่ละสินค้าโอกาสทีจะขายได้ทุกวันมันมีน้อย บางสินค้าที่ราคาแพงๆเช่น 500 ยูโรขึ้นเป็นต้น ผมก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องขายได้ อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ชิ้นขึ้นไป แต่ต้องให้อยู่ในงบที่เรากำหนด เช่นสินค้า $500 ผลตอบแทน 4% ได้ $20 ต่อชิ้น สมมุติ หนึ่งเดือนขายได้ 3 ชิ้นเราก็ไม่ควรเสียค่าโฆษณาเกิน $20 ต่อชิ้น อันนี้พูดถึงสินค้าที่ทำกำไรนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งเดือนก็ไม่ควรใช้เกินที่เรากำหนดไว้
นี้เป็นการคาดการนะครับอาจจะแสดงมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ตามที่ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์มานาน

บางสินค้าของผม google บอกว่า โฆษณาของคุณไม่แสดง เพราะมี url ที่เหมือนกัน แต่เข้าไปดู imp แล้วก็ยังมีอยู่เรื่อยๆครับ ก็แสดงว่าของเรา มีขึ้นบ้างแต่ไม่ขึ้นตลอดเวลา search 10 อาจจะแสดง 1-2 ครั้งเป็นต้น

เดี๋ยวกลับมาต่อ ขั้นตอนที่สองนะครับ
ขอให้ร่ำรวยกันทุกคน

ใครที่คิดจะก็อปปี้ไปบอกต่อ ก็ให้เครดิตกันบ้างนะครับ และห้ามนำไปเพื่อการขายสินค้า ต้องนำไปเพือความรู้ฟรีเท่านั้น


วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

10 most google toots

ในปัจจุบัน Google ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตออนไลน์ของเราทุกคน ในแต่ละวัน เวลาเราเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต น้อยครั้งมากที่เราจะไม่เข้าเว็บไซต์ Google เพื่อไปค้นหาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงต่างๆที่เราต้องการ

และนอกจากจะเป็น Search Engine ที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลกแล้ว Google ก็พยายามจะสร้างแบรนด์ Google ให้มากขึ้น ด้วยการพยายามให้แบรนด์ Google เข้าไปอยู่ในจิตใจของทุกคน ด้วยการเสนอให้บริการอีกหลายอย่างกับเราแบบฟรีๆ

แต่ว่าด้วยความเป็น Google สิ่งที่ Google ให้กับเรานั้น แม้ว่าจะเป็นของฟรีก็ตาม ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ต้องการทำธุรกิจออนไลน์นั้น ก็ควรจะใช้บริการฟรีต่างๆของ Google มาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์หรือธุรกิจของเราครับ

ผมได้รวบรวมบริการฟรีของ Google ที่เราสามารถใช้งานไว้ดังนี้

1. Google Analytics

เป็นบริการของ Google ที่ให้เราสามารถทำการวัดสถิติต่างๆ ของเว็บไซต์เรา เช่น จำนวนคนเข้าเว็บไซต์ ประเทศที่คนเข้าเว็บไซต์ หน้าเว็บที่คนเข้ามากที่สุด เป็นต้น ซึ่งทำให้เราสามารถวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเราได้เป็นอย่างดีว่า อยู่ที่ไหนบ้าง และมีพฤติกรรมในการใช้เวลาบนเว็บไซต์ของเราอย่างไร

2. Google Checkout

เป็นบริการที่ให้เราสามารถทำการเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์ของเราได้ โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกับทางธนาคารเพื่อติดตั้งระบบรับชำระค่าสินค้า

จริงๆแล้ว บริการนี้ก็ไม่เชิงฟรีซะทีเดียวครับ เพราะ Google ก็มีเก็บค่าธรรมเนียมบ้างนิดหน่อย แต่สำหรับใครที่ใช้ Google AdWords โฆษณาเว็บไซต์อยู่ ทุกๆ $1 ที่เราจ่ายเป็นค่าโฆษณาใน AdWords เราก็สามารถใช้งาน Google Checkout ได้ $10 แบบฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

อีกสักพักที่คนหันมารับจ่ายเงินผ่านทาง Google Checkout กันมากขึ้น บริการนี้จะเป็นบริการที่มีประโยชน์มากทีเดียวครับ

3. Google Blogger

ในปัจจุบันเรียกได้ว่า Blog นั้นมาแรง และมีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจออนไลน์อยู่มาก เกือบทุกธุรกิจจะต้องมี Blog เอาไว้ เพื่อแสดงตัวตน แจ้งข้อมูลข่าวสาร และประชาสัมพันธ์เว็บไซต์

Google Blogger เป็น การให้บริการสร้างและใช้งาน Blog ที่ง่ายมากๆ (น่าจะง่ายที่สุดแล้ว) ซึ่งเราสามารถที่จะสร้าง Blog บนโฮสติ้งของเรา หรือของทาง Google ก็ได้

4. Google Products

เป็นเสมือนชอปปิ้งมอลล์ออนไลน์ของ Google ซึ่งคนสามารถทำการค้นหาสินค้าที่ต้องการ และคลิ๊กเข้าไปยังเว็บไซต์เพื่อสั่งซื้อได้ทันที โดยถ้าหากว่าเว็บไซต์ของเรามีการขายสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็สามารถนำสินค้าของเราขึ้นไปแสดงบน Google Products ได้ฟรีๆ แบบไม่จำกัดจำนวน ทำให้เรามีโอกาสที่จะขายสินค้าได้มากขึ้น

5. Google Alert

เวลาที่มีคนพูดถึงบริษัทของเรา หรือตัวของเรา บนอินเตอร์เน็ต Google Alert ก็จะทำการส่งข้อมูลมาให้เราได้อ่าน ทำให้เราสามารถติดตามสิ่งที่คนทั่วไปคิดกับเราและบริษัทของเราได้ ยิ่งถ้าหากว่าทางบริษัทได้จัดทำแคมเปญอะไรใหม่ๆ เราก็สามารถติดตามความคิดเห็นจากคนทั่วไปได้อย่างง่ายๆด้วย
Google Alert ครับ

6. Google Group

เราสามารถเข้าไปค้นหาสิ่งที่ตลาดและลูกค้าของเรากำลังต้องการได้ ด้วยการเข้าไปศึกษาข้อมูลจากกลุ่มคนที่มีความสนใจในสินค้าของเรา และ Google Group ก็เป็นแหล่งที่รวบรวมกลุ่มคนหลากหลายประเภทมาไว้ในที่เดียวครับ

7. Google Trend

เป็นบริการที่ Google ทำการรวบรวมสถิติการใช้ Keywords ในการค้นหาบน Google.com ของทุกคน แล้วนำมาแสดงแนวโน้มการใช้งาน Keywords ต่างๆ ว่าในแต่ละพื้นที่มีแนวโน้มการใช้งานขึ้นลงอย่างไร

เราสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดออนไลน์ได้ ด้วยการค้นหาและดูแนวโน้มการพิมพ์ Keywords ต่างๆบน Google ด้วย Google Trend นี้ครับ

8. Google Sitemap

ทุกครั้งที่เราได้ทำหน้าเว็บไซต์เพิ่มเติมขึ้นมา เราสามารถใช้งาน Google Sitemap เพื่อทำการแจ้งให้ Google ทราบ และเข้ามาเก็บข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว บริการ Google Sitemap นี้เป็นประโยชน์อย่างมากกับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของเราครับ

9. Google Toolbar

จำเป็นมากสำหรับใครที่ต้องการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ เพราะ Google จะแสดงค่า PR หรือ ค่าความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ผ่านทาง Google Toolbar ถ้าหากว่าค่า PR ยิ่งมาก เว็บไซต์ของเราก็ยิ่งมีโอกาสแสดงบน Search Engine มากขึ้น

และนอกจากเราจะดูค่า PR ของเว็บไซต์ของเราแล้ว เราก็ยังสามารถใช้ Google Toolbar ในการดูค่า PR ของเว็บไซต์คู่แข่งของเราได้ด้วยครับ

10. Google Docs & Spreadsheets

ให้บริการจัดการเอกสารต่างๆแบบออนไล์ "Google Docs"(คล้ายๆกับโปรแกรม MS-Word แต่นี่เป็นการเพิ่มฟังค์ชั่นการเก็บข้อมูลออนไลน์เข้าไปด้วย) และที่สำคัญเราก็สามารถใช้ Google Docs นี้ในการสร้างเอกสารแบบ PDF ได้อีกด้วย

และสำหรับ Google Spreadsheets ก็จะเป็นบริการจัดการ Spreadsheets (เหมือน MS-Excel) แบบออนไลน์ ซึ่งเราสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ที่มีอินเตอร์เน็ตครับ

ความสะดวกสบายอีกอย่างที่ Google แถมมาให้ก็คือ ถ้าหากเรามี Account กับ Google อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นAccount ของบริการไหนก็ตาม เราก็สามารถใช้ Account เดิมนั้น เพื่อเข้าไปใช้งานบริการอื่นๆได้ทันทีครับ

สุดท้ายก็หวังว่า คุณจะลองเข้าไปศึกษาบริการฟรีแต่ละอย่างของ Google นี้ แล้วนำสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของเพื่อนๆนะครับ สำหรับผม ผมบอกได้คำเดียวว่า บริการทุกอย่างมีประโยชน์ และคุ้มค่ากับการใช้งานมากๆครับ

ตราวุทธิ์

www.trawut.com

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Check Your Income

การบริหารเวลาการทำงานที่ดีนั้น เป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในธุรกิจของเรา ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตหรือ eBusiness นั้น การบริหารและจัดการเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่า บนโลกอินเตอร์เน็ตนั้น มีอะไรหลายอย่างให้เราทำ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะทำให้เราหลงใหลไป และทำงานได้เต็มที่

ข้อผิดพลาดในการบริหารเวลาทำงานอย่างหนึ่งของคนที่ทำ eBusiness ก็คือ การเข้าไปตรวจสอบรายได้อยู่บ่อยๆว่า ได้รับเงินเท่าไหร่แล้ว เพราะว่าด้วยลักษณะเฉพาะของ eBusiness ทำให้เราสามารถที่จะดูรายได้ของเราที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา ในแบบที่เกือบเรียกได้ว่า แบบ real time ครับ

คุณเคยลองถามตัวเองบ้างไหมครับว่า ใน 1 วันนั้น เราเปิด Amazon, CJ, Clickbank, Paypal หรือเว็บอื่นๆ เพื่อตรวจสอบรายได้ของเราวันละกี่หนกัน

ความจริงก็คือ เกือบทุกคนนั้นจะทำการตรวจสอบรายได้ของตนเองมากกว่า 1 ครั้งต่อวันขึ้นไป บางคน 10-20 ครั้งต่อวันก็มี พอว่างเมื่อไหร่เป็นต้อง login เข้าไปดูรายได้เสมอๆ

จริงๆแล้ว การตรวจสอบรายได้ของเรานั้นเป็นสิ่งที่ควรทำครับ แต่ว่าข้อผิดพลาดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ เราทำการตรวจสอบรายได้ในแต่ละวันมากเกินไป

อย่างที่คุณก็คงทราบดีกันอยู่ลึกๆในใจครับว่า การ login เข้าไปดูรายได้ของเราบ่อยๆนั้น ไม่ได้ช่วยทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใดเลย กลับจะเป็นการทำให้เราเสียเวลาที่จะต้อง login เข้าไป แล้วก็ไปดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้ว เราก็จะไม่ได้เริ่มทำงานที่เราต้องทำสักที

ดังนั้นผมแนะนำว่า เราควรจะเข้าไปดูรายได้ของเราเพียงแค่วันละ 1 ครั้งเท่านั้น และไม่ควรเข้าไปดูก่อนเริ่มทำงาน ควรเข้าไปดูหลังจากที่เรา ทำงานตามที่วางแผนไว้ เช่น หา Keywords ให้ได้ 1,000 คำ หาสินค้าใหม่มาโฆษณา เป็นต้น ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน และถ้าหากเราทำงานเสร็จไม่ทันในแต่ละวัน เราก็ไม่ควรเข้าไปดูรายได้ของวันนั้นครับ

การเข้าไปดูรายได้ของเราวันละ 1 ครั้ง เมื่อเราทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่เพียงแต่จะทำให้ เราทำงานต่างๆเสร็จได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่งานทุกอย่างที่เราทำเสร็จนั้น ก็จะมีคุณภาพมากขึ้นด้วย เพราะถ้าหากเราเข้าไปดูรายได้ของเราก่อนเริ่มทำงาน แล้วพบว่า

1. เรามีรายได้เข้ามามาก เลือดเราก็จะสูบฉีดแรง เราจะมีความสุขมากจนไม่อยากทำอะไร จะนั่งคิดเพียงอย่างเดียว และรู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว ไม่อยากทำอะไรแล้ว และที่สำคัญก็คือ เราจะคอยหมั่นเข้าไปเช็ครายได้ของเราอีกบ่อยๆเวลาทำงาน เพราะว่า จะทำให้เรามีความสุข และความภูมิใจ ทำให้จิตใจของเราไม่มีสมาธิอยู่กับงานที่ทำเท่าที่ควร จิตใจวนเวียนคิดแต่เรื่องรายได้ที่ได้รับ

2. เรามีรายได้ไม่มาก หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง นั่นจะทำให้อารมณ์ความต้องการ ทำงานของเราหมดไป เราจะเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย รู้สึกว่าทำไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่ได้เงินสักที สุดท้ายแล้ว เราจะไม่อยากทำงาน แล้วก็จะคิดว่า ขอไปทำพรุ่งนี้ต่อละกัน หรือ ถ้าหากใครที่ทำงานต่อ ก็ไม่สามารถทำงานได้ดีเท่าที่ควร เพราะจิตใจนั้นไม่จดจ่ออยู่กับงานที่ทำเสียแล้ว จะไปหมกหมุ่นครุ่นคิดอยู่แต่ว่า ทำไมเราถึงยังไม่ประสบความสำเร็จสักที

แต่ว่า ถ้าหาก เราทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยในแต่ละวัน แล้วเราค่อยเข้าไปดูรายได้ของเรานั้น งานที่ทำเสร็จก็จะออกมาดีขึ้น และรวดเร็วขึ้นครับ และเราก็ไม่ต้องไปเสียเวลาครุ่นคิดถึงเรื่องรายได้มากนัก เพราะถ้าหากเราดูรายได้หลังจาก ทำงานทุกอย่างเสร็จ เวลาที่ดูรายได้ ก็คงเป็นเวลาใกล้เข้านอนแล้ว ดังนั้น พอดูเสร็จ เราก็จะนอน พอตื่นเช้ามาวันรุ่งขึ้น เราก็จะตื่นมาพร้อมกับความสดใส และพร้อมเต็มที่ที่จะทำงานของวันนี้ให้เสร็จอีกครั้งหนึ่ง

คำโบราณกล่าวว่า "ความสำเร็จนั้นไม่ใช่ผลลัพธ์ แต่เป็นสิ่งที่เรากระทำทุกอย่างเพื่อให้เราไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ"

ดังนั้น ขอให้คุณอย่าใส่ใจกับผลลัพธ์มากนัก ให้ใส่ใจกับงานที่ต้องทำมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับงานที่เราทำนั่นเองครับ ถ้าหากเราทำงานได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ย่อมดีขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน และเราย่อมประสบความสำเร็จแน่นอนครับ
สู้ๆครับ
ตราวุทธิ์

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กูเกิลพร้อมขายหนังสือออนไลน์

อย่าเพิ่งคิดว่าเหล่าร้านขายหนังสือออ นไลน์ยักษ์ใหญ่อย่างอเมซอนจะนั่งไม่ติดที่ เมื่อกูเกิลประกาศในงานมหกรรมหนังสือซึ่งจัดขึ้นที่แฟรงเฟิร์ต ว่าจะเปิดตัวบริการใหม่ล่าสุดนาม Google Editions เพื่อให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีบุ๊ก (eBook) แก่ชาวอินเทอร์เน็ตทั่วโลกภายในครึ่งปีแรกของปีหน้า เนื่องจากกูเกิลยืนยันว่าไม่หวังฮุบตลาดแต่จะเน้นเป็นพันธมิตรช่วยขาย โดยจะแบ่งส่วนแบ่งให้ทั้งสำนักพิมพ์และร้านหนังสือออนไลน์ที่มีอยู่แล้วใน ตลาด

รายงานระบุว่า กูเกิลจะร่วมมือกับสำนักพิมพ์ซึ่งบรรลุข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์สำหรับเผยแพร่บท ความบนโลกดิจิตอลกับกูเกิลแล้ว โดยระยะแรก กูเกิลจะให้บริการอีบุ๊กราว 5 แสนเรื่องซึ่งมีอยู่แล้วในขณะนี้ก่อน

สำหรับรูปแบบการให้บริการนั้น กูเกิลยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นให้ผู้บริโภคซื้อหนังสือในบริการของกูเกิลเท่า นั้น แต่ผู้บริโภคทั่วโลกจะสามารถซื้อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้จากร้านหนังสือออ นไลน์ทุกค่าย เช่น อเมซอน (Amazon) และบาร์นส์แอนด์โนเบิล (Barnes & Noble) ได้ด้วย

จุด นี้กูเกิลย้ำในงาน Frankfurt Book Fair ว่า กูเกิลมีแผนจะแบ่งรายได้ยอดขายหนังสือกับทั้งค่ายสำนักพิมพ์และร้านหนังสือ ออนไลน์ โดยหากเป็นหนังสือที่มีการซื้อจากกูเกิลโดยตรง รายได้จากการขายจะเป็นของสำนักพิมพ์ 63% ที่เหลืออีก 37% เป็นของกูเกิล หากเป็นหนังสือซึ่งขายผ่านร้านค้าปลีกอย่างอเมซอนหรืออื่นๆ สำนักพิมพ์จะได้ส่วนแบ่ง 45% ขณะที่ร้านค้าปลีกได้รับไป 55% รายงานระบุเพียงว่ากูเกิลจะเก็บค่าส่วนแบ่งจากการขายอีกเล็กน้อย ไม่เปิดเผยจำนวนที่แน่นอน

กูเกิลบอกว่าชาวอินเทอร์เน็ตทุกคนจะสามารถอ่านอีบุ๊กของกูเกิลได้บน ทุกอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์พกพา และสมาร์ทโฟนทั่วไป รวมถึงผู้ใช้ไอโฟน (iPhone) ก็สามารถเข้าถึงแหล่งอีบุ๊กของกูเกิลได้โดยใช้ชื่อและรหัสฝ่านบริการจีเมล (Gmail)

กูเกิลยืนยันว่าไม่มีแผนพัฒนาเครื่องอ่านอีบุ๊ก (e-book reader) เพื่อทำตลาดคู่กับบริการใหม่โดยเฉพาะแน่นอน

กูเกิลนั้นถูกคาดการณ์มานานว่าจะต้องลงสู่สังเวียนร้านหนังสือออ นไลน์ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ การสำรวจของบริษัทวิจัย In-Stat ประเมินว่ายอดจำหน่ายเครื่องอ่านอีบุ๊กตลอดปี 2008 นั้นมีจำนวนราว 1 ล้านเครื่อง เชื่อว่าปี 2013 ยอดจำหน่ายจะเพิ่มสูงเป็น 29 ล้านเครื่อง

ใน ส่วนของตลาดอีบุ๊ก สมาคมสำนักพิมพ์อเมริกัน (Association of American) ระบุว่ายอดจำหน่ายไฟล์อีบุ๊กนั้นเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 214% ตลอด 2 ปีหลังที่ผ่านมา แต่ยังคงคิดเป็น 1% ของยอดจำหน่ายหนังสือในค่ายสำนักพิมพ์รายใหญ่


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เครื่องมือสำึีคัญในการทำ PPC

เครื่องมือที่ผมใช้ทำ PPC และผมเข้าไปใช้เป็นประจำก็จะมีเครื่องมือเด็ดเหล่านี้เป็นหลักนะครับ ทั้งดูแนวโน้มสินค้าทั้ง หา keywords เด็็็ดๆ ข้อมูลของสินค้า หรือคู่แข่งขันเป็นต้น

www.google.adwords.com/select/keywordtool
www.pricsean.com
www.google.com/products
www.google.com/trends
www.shopping.com

หรือถ้าเราไม่เก่งภาษาอังกฤษเราก็สามารถที่จะใช้เครื่องมือนี้ในการแปลเป็นภาษาที่เราต้องการได้นะครับหรือสามารถแปลเป็นศัพท์ เป็นประโยค เป็น ทั้งเว็บเลยก็สามารถทำได้ ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกเจ้า google เจ้าเดิมอีกแหละครับอาจจะแปลเพี้ยนๆบ้างแต่ก็พออ่าน เข้าใจได้บ้างครับอิอิ
















หลังจากที่เรา search เข้าไปมันก็เป็นดังนี้ครับ
















หรือถ้าเราต้องการไปดูว่าที่ ยุโรปและ อเมริกาเขามีวันสำคัญอะไรบ้างจะได้ขายสินค้าถูก ว่าเราควรที่จะทุ่มเทกำลังใจกำลังกายช่วงไหน วันเวลาไหนที่จะเหมาะสมที่สุดที่เราจะขายสินค้า เราต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ และเราสามารถดูได้ทั่วโลกด้วยนะครับที่นี่ลองเข้าไปใช้ดูนะครับ
www.timeanddate.com

หวังว่าเพื่อนๆคงจะทำได้และเตรียมตัวเตรียมเงินทุ่มกับช่างปีใหม่นี้นะครับ

ขอให้รวยกันทุกคนนะครับ
มีอะไรก็ฝากข้อความได้ที่ีนี่นะครับ ยินดีตอบทุกคำถาม

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด keywods และเรียนรู้เทคนิคทำเงินกับ PPC ที่คุณไม่ควรพลาดโดยประการทั้งปวง
www.ppcprivateclub.com

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เปิดตัว Office Starter 2010 ใช้ฟรีมีโฆษณา

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เปิดตัวโปรแกรมสร้างงานเอกสารเวอร์ชันใหม่ที่เปิดให้ใช้งานฟรีแต่มีโฆษณาใน ชื่อ Office Starter 2010 มั่นใจว่าจะเป็นการเปิดช่องทางใหม่ที่ทำให้ผู้ซื้อพีซีรายใหม่สามารถซื้อ Office 2010 ได้ง่ายขึ้น


ทาเคชิ นูโมโตะ ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ออฟฟิศของไมโครซอฟท์กล่าวว่า เป้าหมายของไมโครซอฟท์เกี่ยวกับ Office Starter 2010 คือการดึงดูดผู้ซื้อพีซีรายใหม่ให้กับ Office 2010 โดยผู้ใช้ที่ชื่นชอบ Office Starter 2010 จะสามารถซื้อรหัสใช้งานจากตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์เพื่อเลือกอัปเกรดเป็น Office Home & Student 2010, Office Home & Business 2010 หรือ Office Professional 2010

Office Starter 2010 จะถูกติดตั้งในเครื่องพีซีระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่ส่งออกจากโรงงานเพื่อ วางจำหน่ายในสหรัฐฯ ความพิเศษคือไม่มีกำหนดวันหมดอายุใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรมเวอร์ชันทดลองทั่วไป ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ยาวนานเท่าที่ต้องการ

Office Starter 2010 จะมาพร้อม Word Starter และ Excel Starter เท่านั้น ไม่มี Outlook, OneNote หรือ PowerPoint เป็นการจำกัดให้นักธุรกิจมืออาชีพทั้งหลายไม่สามารถใช้ Office Starter 2010 สร้างสไลด์เสนองานได้

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
Product Key Card ซึ่งผู้บริโภคสามารถซื้อหาจากร้านค้าพันธมิตรไมโครซอฟท์
ผู้ที่ต้องการใช้งาน Office 2010 เวอร์ชันเต็ม สามารถซื้อ Product Key Card จากร้านค้าปลีกเพื่อปลดล็อกได้โดยสะดวก สำหรับโฆษณาใน Starter 2010 นั้นจะปรากฎในส่วนล่างของ Task Pane ซึ่งจะแวดล้อมด้วยลิงก์แนะนำการใช้งาน ภาพตัดปะ และรูปแบบเทมแพลต ไมโครซอฟท์ ยังไม่เปิดเผยว่าโฆษณาที่จะปรากฏบริเวณนี้จะมีลักษณะอย่างไร แต่เชื่อว่าจะไม่ใช่รูปแบบข้อความกระพริบ หรือรูปแบบฉูดฉาดซึ่งจะรบกวนการทำงานของผู้ใช้ได้

สำหรับผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าออฟฟิศอยู่แล้ว ไมโครซอฟท์เปิดตัวเทคโนโลยีทำงานเสมือนนาม Click To Run ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด Office 2010 เวอร์ชันทดลองใช้เพื่อเทียบกับออฟฟิศเวอร์ชันที่ใช้อยู่ เชื่อว่าจะสามารถทำให้ผู้บริโภคเห็นความต่างได้อย่างชัดเจน

จุดต่างสำคัญระหว่าง Office 2010 และ 2007 คือหน้าตาโปรแกรมซึ่งไมโครซอฟท์ปรับให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมปี 2008 ถึงเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา Office 2007 มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 23 ล้านครั้ง คิดเป็นอัตราเติบโตต่อปีถึง 92%

สำหรับ Office 2010 นั้นมีจุดเด่นเรื่องความสามารถในการทำงานร่วมกันของผู้ใช้ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนาของไมโครซอฟท์ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู๋ที่แพลตฟอร์มการทำงาน ในโปรแกรมออฟฟิศ ซึ่งเป็นเบื้องหลังที่ทำให้ออฟฟิศเวอร์ชันใหม่มีฟังก์ชันการทำงานที่พัฒนา ขึ้นมาก

การ ออกโปรแกรมเวอร์ชันทดลองที่ไม่มีวันหมดอายุนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่าง มากของท่าทีไมโครซอฟท์ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นเพราะอิทธิพลของโปรแกรมโอเพ่นซอร์สมาตรฐานเปิดที่ ขยายวงกว้างในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานกำหนดการเปิดศักราช Office Starter 2010 ในประเทศอื่นนอกสหรัฐฯในขณะนี้ รวมถึงประเทศไทย


ที่มา http://www.manager.co.th/

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตัวอย่าง account สร้างรายได้บางส่วน

นี้ก็เป็นตัวอย่างที่ผมทำ amazon อยู่บางส่วนโดยรับเป็นแบบเช็ค ส่วนที่ทำ อยู่ที่ amazon.com เราสามารถรับแบบ Direct deposest โดยโอนเข้าบัญชีโดยตรงได้เลย ส่วนถ้าใครทำ amazon.co.uk , amazon.de เราก็ต้องรับเป็นเช็คเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็จะโชว์เช็คที่ผม ได้รับจาก amazon.de ให้ดูก่อนเพื่อนเป็นกำลังใจนะครับ นี้ก็เป็นเช็คใบแรกจาก amazon.de ครับ EUR 134.80 เดือน สค 52


ใบที่สอง EUR 339.11 เดือน กย 52


ใบที่สาม EUR 396.70 เดือน ตค 52 ที่ผ่านมานี้เอง


เดือนต่อไปก็จะมีตามมาเรื่อยๆครับ ยังไงก็อัพเดดแค่นี้ก่อน ผมยังทำ amazon.co.uk และ amazon.com และที่อื่นๆอีก ยังไงใครที่ทำอยู่ก็ขอให้สู้กันต่อไปนะครับ สักวันท่านต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

โชคดีครับ

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Google New Search Options

ตอนนี้สงครามการแข่งขันของ Search Engine ก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ตั้งแต่ทาง Microsoft ปิดดีลกับ Yahoo! ในการขอใช้เทคโนโลยีการค้นหาได้ 10 ปี ก็คงจะทำให้ทาง Google ก็ต้องเร่งพัฒนาตนเองให้หนีห่าง และคงความได้เปรียบ คงความเป็นเจ้าตลาดต่อไปเรื่อยๆ

ซึ่งล่าสุดทาง Google ก็ได้เพิ่มฟังค์ชั่นใน Search Options มาใหม่อีก 9 ตัว เพื่อให้ผู้ค้นหาสามารถคัดกรองและเลือกผลการค้นหาในรูปแบบที่ต้องการได้ รวมถึงจะได้เข้าถึงผลการค้นหาที่ต้องการมากที่สุดได้นั่นเอง

คลิกที่รูปภาพเพื่อดูขนาดจริง
โดยฟังค์ชั่นใหม่ทั้ง 9 ตัวก็ได้แก่ past hour, specific date range, more shopping sites, fewer shopping sites, visited pages, not yet visited, books, blogs and news ครับ
ซึ่งโดยสรุปแล้ว ฟังค์ชั่นใหม่แต่ละตัวจะทำหน้าที่ดังนี้

Past Hour และ Specific Date Range

จะช่วยให้เราดูผลการค้นหาในวันและเวลาที่เรากำหนดได้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลใหม่ๆ ที่ทาง Google เพิ่งจะไป Index เอามา ทำให้เราไม่ตกข่าวสารใดๆครับ

More Shopping Sites และ Fewer Shopping Sites

ช่วยให้ผลการค้นหาของเราเหมาะสมกับความต้องการของเรามากขึ้น โดยถ้าหากว่าเราต้องการค้นหาข้อมูลอย่างเดียวไม่ได้อยากซื้ออะไร เราก็สามารถเลือกที่ Fewer Shopping Sites ได้ ในทางกลับกัน ถ้าหากเราค้นหาเพื่อต้องการซื้อสินค้า เราก็ควรจะเลือกเป็น More Shopping Sites

Visited Page และ Not Yet Visited

ช่วยให้เราดูได้ว่า เราเข้าไปดูเว็บไซต์ไหนมาบ้างแล้ว เผื่อช่วยประหยัดเวลาให้เรามากขึ้น เมื่อเราทำการค้นหาข้อมูลต่างๆที่เคยค้นหาไปบ้างแล้ว ซึ่งผมคิดว่ามีประโยชน์มาก

Books และ Blogs และ News

ช่วยเรากรองที่มาของผลการค้นหาได้ง่ายขึ้น เพราะบางทีเราอาจจะต้องการข้อมูลที่มาจากข่าวสารอย่างเดียว หรือ มาจากการเขียน Blogs อย่างเดียวก็ได้

ซึ่งฟังค์ชั่นทั้งหมดนี้ รวมถึงฟังค์ชั่นอื่นๆใน Search Options นั้น น่าจะช่วยให้เราทุกคนเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการผ่าน Google ได้รวดเร็วขึ้นครับ


แล้วพบกันใหม่ครับ

ตราวุทธิ
--------------------------------------------------------

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทำไมยังขายสินค้าไม่ไ้ด้เลย ?

บางคนขายสินค้ามามากแล้ว แต่ทำไมยังขายไม่ได้เลย เอาละครับทีนี้ถ้าเราหาสินค้ามาแล้วยังขายไม่ไ้ด้
เกิน 20-30 click ไปแล้วบางคนเลิกทำ PPC ไปเลยก็มี งั้นเราลองไปตรวจสอบดูนะครับว่าเราผิดพลาดตรงไหนทำไมจึงยังขายไม่ได้กำไรสักที หรือขายได้แต่ขาดทุนยับ วิธีที่ผมใช้มาตลอดก็คือ

1. ถ้ายังขายไม่ได้เลย บางทีสินค้าอาจไม่ดีหรือยังไม่ติดตลาด หรืออาจสินค้าราคาแพงเกินคู่แข่งมากเกินไปก็ทำให้ขายไม่ได้นะครับ

2. ให้ตรวจสอบดูว่า keyword ที่เราใช้ตรงกลุ่มเป้าหมายหรือยัง เราต้องใส่ keywords ที่เจาะจงมากที่สุด
เช่น canon powershot นี้ถือว่าไม่เจาะจงเท่าที่ควร แต่ควรจะเป็น canon powershot a590 is เป็นต้น ถ้าเราขายสินค้าตัวนี้ เราก็ควรบอกไปเลยว่ารุ่นอะไร ยี่ห้ออะไร ใ่ส่ชื่อรุ่นชื่อยี่ห้อเข้า ถูกไหมครับ

3. โฆษณาเราเขียนได้ดีแค่ไหนตรงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ หรือตรงกับสินค้าที่เราจะต้องขายหรือไม่ เราต้องเขียนให้สัมพันธ์กับสินค้าของเราให้มากที่สุด โดยเฉพาะข้อความโฆษณาต้องสดุดใจ

4. ตรวจสอบดูความต้องการของคนที่สนใจว่ามีความต้องการซื้อมากน้อยแค่ไหน

5. ตรวจสอบ landing page ดูว่าตรงกับข้อความโฆษณา และ keywords ที่เราโฆษณาหรือเปล่า เจาะจงไหม หรือส่งไปหน้ารวมสินค้าเลย ถ้าเราขายสินค้าเจาะจงเราก็ไม่ควรส่งไปหน้ารวมสินค้านะครับ เพราะจะทำให้ขายไม่ไ้ด้

6. แล้วลองวัดผลดูที่ประมาณ 20-30 click ดูก่อนว่าขายได้ไหม ถ้ายังขายไม่ได้อีก ก็ควรทีี่่จะเปลี่ยนไปขายสินค้าอื่นได้แล้ว เพราะสินค้า amazon มีหลายแสนชนิด โดยที่่่่่่เราไม่ต้องไปกังวลกับสินค้าเพียงไม่กี่ชิ้นนะครับ

ตามที่่ผมได้ทำมา สินค้า 10 ชิ้นก็จะมีชิ้นที่ทำกำไรให้ผมได้ประมาณ 2-3 ชิ้น บางสินค้าอาจขายได้แต่ยังเท่าทุนหรือขาดทุน ถ้าขายได้เท่าทุนหรือขาดทุนนิดหน่อย เราก็ต้องอาศัยการ แทร็ก ติด Tracking ID ทุก keywords ตัวไหนที่ขายไม่ได้เราก็ลบออกไปเรื่อยๆเราก็จะเหลือตัวที่ทำกำไรเท่านั้น การแทร็ก จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะตัดสินผลกำไรขาดทุนของเราได้ครับ

ขอให้โชคดีนะครับ

------------------------------------------
ดาวน์โหลด 24,040 Profit Keywords ที่นี่
http://www.ppcprivateclub.com

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ง่ายมากๆ กับการหาสินค้าทำเงิน

ครับสำหรับวันนี้ ผมก็มีเทคนิคเด็ดๆที่ผมใช้ประจำ สำหรับการไปเอาสินค้าทำเงิน ที่ amazon.de ได้เตรียมไว้ให้เราไว้แล้วครับ สำหรับคนที่ไม่รู้จะหาสินค้าอย่างไรไปขายดี ซึ่ง amazon.de ได้เตรียมสินค้าที่ amazon ได้ประเมินมาพอสมควรแล้วว่าเป็นสินค้าที่ขายดี , รวมทั้งสิินค้ามาใหม่ ,และสินค้าที่ได้จัดโปรโมชั่นประจำเดือนไว้ให้เราด้วยว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ เป็นต้น

ซึ่งใครที่มีบัญชี amazon.de (เยอรมัน) แล้วเราก็ login เข้าไปในบัญชีของเราได้เลย ก็จะเห็นดังภาพด้านล่าง ให้เราคลิ๊กเข้าไปเลย แล้วเราก็จะไปเจอข้อมูลของสินค้าต่างๆที่ amazon จัดเตรียมไว้ให้เราโดยที่เราไม่ต้องไปหาเอง รวมทั้งลิ้งค์สำหรับทำโฆษณาต่างๆด้วยครับ








ซึ่งทาง amazon จะอัพเดดให้เราทุกสัปดาห์ ที่ amazon อัฟเดดให้เราได้รู้แล้วว่าเป็นสินค้าที่ขายดีในช่วงที่ผ่านมา ตัวอย่าง สินค้าที่ขายดีจาก amazon เราสามารถโหลดมาขายได้ทันที พร้อมทั้งลิ้งค์ ราคา แล้วข้อความโฆษณาครบทุกอย่างครับ









ตัวอย่างหน้ารวมสินค้าที่เราเข้าไปดาวน์โหลด



Produktempfehlungen คือ ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำจาก amazon จากหมวดหมู่ต่างๆ จะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่มาแรงจาก amazon

Aktionen คือ เป็นเครื่องมือวิเคราะห์วัดผลโฆษณาที่เราได้ลงโฆษณาไปแล้วรวมลิ้งค์ที่เราได้ลงโฆษณา

Topseller เป็นสินค้าที่ขายดีจาก amazon รวมทุกหมวดหมู่

ลองไปโหลดมาใช้ดูนะครับซึ่งผมก็ใช้วิธีนี้ เป็นประจำและสามาำรถทำกำไรให้ผมได้อย่างดีทีเดียว หรือเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้จะหาสินค้ามาขายอย่างไรดี ก็สามารถโหลดมาขายได้เลยโดยที่ไม่ต้องไปวิเคราะห์อะไรมากมายนัก

ขอให้รวยนะครับ

ทวี

----------------------------------------------------

ครั้งแรกในประเทศไทยที่เสนอโอกาสในการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในทุกเดือน
ผ่านการโฆษณา Magic LIVE Keywords พร้อมแนวทางการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
www.ppcprivateclub.com

จับตา"แอปเปิลแมปส์"มาแทนที่"กูเกิลแมปส์


ศึกแผนที่บนอุปกรณ์มือถือตั้งเค้าดุเดือดทันทีที่ข่าวการซุ่มเงียบ ซื้อบริษัทแผนที่นาม Placebase ของแอปเปิลถูกเปิดเผยสู่สาธารณชน การลงทุนครั้งนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่าแอปเปิลจะลงมือให้บริการแผนที่ผ่านดาว เทียมของตัวเอง ซึ่งไม่ว่าบริการแผนที่ของแอปเปิลจะใช้ชื่อว่าอะไร แต่ชาวเน็ตฟันธงกันแล้วว่าบริการแผนที่ของแอปเปิลมีความเป็นไปได้สูงมากที่ จะมาแทนที่กูเกิลแมปส์ (Google Maps) ในอุปกรณ์ยอดฮิตอย่างไอโฟน

นัยของการเคลื่อนไหวที่ชี้ว่าแอปเปิลกำลังพุ่งเป้าไปที่กูเกิลทำให้ ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่โลกตะลึง ข้อเขียนออนไลน์หลายบทความมั่นใจว่าแอปเปิลจะเปิดให้บริการแผนที่ผ่านดาว เทียมในที่สุด ไม่ต่างกับการออกบริการใหม่ตามเทคโนโลยีของบริษัทอื่นๆที่ซื้อมา

ที่ สำคัญ ชาวออนไลน์จำนวนมากเชื่อว่าแอปเปิลกำลังหาทางเลิกพึ่งพากูเกิลทุกส่วนงาน จนดูเหมือนทั้งสองจะเริ่มแข่งขันกันมากขึ้นแม้จะแสดงท่าทีเป็นเพื่อนรักกัน มาในอดีต จุดนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่ารูปการณ์นั้นเป็นไปตามครรลองของแอปเปิลที่มุ่ง สันโดษอยู่แล้ว และพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะของตัวเองมาตลอด เช่น การออกแบบชิปพิเศษสำหรับไอโฟน (iPhone) ที่ไม่ได้ใช้ชิปมาตรฐานทั่วไปเช่นค่ามือถืออื่นๆ

การซื้อบริษัทแผนที่ Placebase ของแอปเปิลเกิดขึ้นอย่างเงียบๆตั้งแต่เดือนกรกฏาคม แม้แอปเปิลจะไม่แถลงรายละเอียดการตัดสินใจซื้อแต่มีการฟันธงโดยนำไปโยงกับกู เกิลว่า จุดประสงค์ของแอปเปิลคือการพยายามเสริมความแกร่งของตัวเองให้เหนือกว่ากู เกิล ขณะที่บางรายเชื่อว่าเป็นเพราะแอปเปิลมองเห็นช่องทางการทำเงินให้ตัวเอง

ที่ผ่านมา แอปเปิลก็พัฒนาบริการสืบค้นข้อมูลบนไอโฟนด้วยตัวเอง ไม่ได้ผูกกับบริการสืบค้นข้อมูลของค่ายใด โดยเป็นฟังก์ชันสืบค้นบนเว็บเบราว์เซอร์ซาฟารี (Safari) ของแอปเปิลเอง จุดนี้มีการเก็งกันว่าบริการแผนที่ของแอปเปิลอาจใช้ชื่อว่าซาฟารีแมปส์ (Safari Maps) ก็ได้ ทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์ในตลาดระบุว่าไม่น่าแปลกใจเลยที่แอปเปิลจะต้องการแยกตัวจากกู เกิล โดยเฉพาะการมีใจออกห่างโปรแกรมกูเกิลแมปส์ซึ่งเป็นโปรแกรมเริ่มต้นในไอโฟน และไอพ็อดทัชขณะนี้

สำหรับบริษัท Placebase ที่แอปเปิลเข้าซื้อนั้นเป็นบริษัทเกิดใหม่ (startup) ในลอสแองเจลิส จุดเด่นคือการให้ API เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมแผนที่ซึ่งมีฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงาน ที่ไม่มีในกูเกิลแมปส์ได้ ที่สำคัญ บริษัทนี้ยังมีเทคโนโลยี PolicyMap ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสำรวจข้อมูลนานาชนิดได้ผ่านแผนที่ ตารางข้อมูล และรายงานต่างๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยรายงานจากนิวส์แฟคเตอร์ระบุว่า องค์กรใหญ่อย่างวอชิงตันโพสต์ (Washington Post) นั้นเป็นลูกค้าของ Placebase แล้ว

ไม่มีรายงานความเห็นใดๆจากแอปเปิลและกูเกิลในขณะนี้

ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/

*******************************************
ติดตามข้ิอมูลข่าวสาร สินค้า keywords เทคนิคทำเงินได้ทีนี่
www.ppcprivateclub.com

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Exact Match Bidding สร้าง CTR

วันนี้ผมก็มีคำแนะนำดีๆ มาฝากให้กับคุณอีกแล้วครับ เป็นทเคนิคการทำโฆษณา Google AdWords ที่ผมคิดว่าจะทำให้สามารถทำโฆษณาได้ดีขึ้น ได้คลิกเยอะขึ้น และมี CTR มากขึ้นด้วยครับ

คิดว่าคุณก็คงทราบดีอยู่แล้วนะครับว่า Google AdWords แบ่งขอบเขตการแสดงโฆษณาของ Keywords เป็น 3 แบบ คือ Broad Matching, Phrase Matching และ Exact Matching

ซึ่ง Keywords ที่ได้ผลดีที่สุดในแง่ของ CTR และ Conversion Rate คือ Exact Matching Keywords ครับ และที่รองลงมาก็คือ Phrase Matching Keywords และ Broad Matching Keywords ตามลำดับ

ทีนี้เทคนิคที่จะมาแนะนำในวันนี้คือ การตั้งราคา Bid สำหรับ Exact Matching Keywords ครับ

คนส่วนมาก เวลาทำโฆษณา ไม่ว่าจะทำโฆษณาทั้ง 3 Matching พร้อมกันตั้งแต่แรก หรือ มาทำการโฆษณา Exact Matching ทีหลัง (หลังจากที่ทราบแล้วว่า Keywords ตัวไหนมีศักยภาพที่จะทำเงิน ก็ค่อยนำมาทำ Exact Matching) มักจะทำการ Bid ด้วยราคาเท่ากันหมดทั้ง 3 แบบ

ซึ่งวิธีนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้น อาจจะทำให้เราใช้ประโยชน์จาก Exact Matching Keywords ได้อย่างไม่เต็มที่นัก เพราะถ้าเราเปลี่ยนวิธีการ Bid อีกนิดเดียว เราอาจจะทำเงินได้อีกมากครับ

นั่นคือ การตั้งค่า Max CPC ของ Exact Matching Keywords ให้สูงเป็น 2 เท่าของ Phrase Matching Keywords และ Broad Matching Keywords ครับ

เพราะจากการวิจัยและเก็บข้อมูลจากผู้ลงโฆษณา Google AdWords จำนวนนับพันราย พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว CTR ของ Exact Matching Keywords จะสูงกว่าแบบ Broad Matching อยู่ 2 เท่าครับ

จากที่เราทราบดีว่า ถ้าหาก CTR ของเราเพิ่มขึ้น 2 เท่า ก็จะทำให้เราจ่ายค่าโฆษณาลดลง 2 เท่า (โดยประมาณ) ดังนั้นในเมื่อ Exact Matching Keywords ของเรามี CTR สูงกว่าแบบอื่นๆ อยู่ 2 เท่า แล้วทำไมเราถึงไปทำการตั้ง Max CPC เท่ากัน

ถ้าหากเราทำตามวิธีนี้คือ ให้เราทำการตั้งค่า Max CPC ของ Exact Matching Keywords ให้เป็น 2 เท่า จะมีข้อดีหลายประการ เช่น

1. เราจะสามารถอยู่ในอันดับที่สูงขึ้น และได้รับจำนวนคลิกมากขึ้น

2. มีโอกาสได้รับกำไรมากขึ้น เพราะจำนวนคนซื้อจะสูงขึ้นด้วย

3. เมื่อเราอยู่อันดับสูงขึ้น จะมีผลให้ CTR ของเราสูงขึ้นด้วย เพราะคนมักจะคลิกโฆษณาอันบนก่อน

4. คนอื่นๆ ที่ทำโฆษณาจะ Bid ต่ำกว่าเรา เพราะคนส่วนมากจะตั้งค่า Max CPC ตาม Phrase & Broad Matching ทำให้ไม่มีใครมาแย่งอันดับโฆษณาของเราได้

5. สามารถทำการทดสอบข้อความโฆษณาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นเมื่อนับข้อดีได้ดังนี้แล้ว คุณก็ลองไปเพิ่มค่า Max CPC ให้กับ Exact Matching Keywords ของคุณ แล้ววัดผลดูนะครับ

ขอให้โชคดีนะครับ

ตราวุทธิ์

เรียนรู้เทคนิคการขายสินค้ากับ Amazon + PPC ,SEO

ทำ seo ด้วย wp ง่ายนิดเดียวลองดู

Manager Online - เกม

Manager Online - Cyberbiz

Drinkwell Pet Fountain Cleaning