หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จกับ ppc ?

เป็นอย่างไรบ้างครับ สบายดีกันหรือเปล่าครับ ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ผ่าน Pay Per Click เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมหวังว่าคุณ คงมีแผนงานที่ต้องทำเยอะ และใกล้ความสำเร็จของคุณทุกๆ วันนะครับ



อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับอีเมลสอบถามเกี่ยวกับ ทำอย่างไรดีถึงจะประสพความสำเร็จและสร้างรายได้จากเดิม 2-3 เท่าในแต่ละปี ซึ่งคำตอบของผมสั้นๆ ก็คือ ทำทุกอย่างเท่าที่คุณจะทำได้เพื่อช่วยให้คุณประสพความสำเร็จและก้าวสู่เส้นทางของความสำเร็จทุกวันครับ



ฟัง ดูง่าย แต่เวลาทำจริงๆ แล้วหลายคนคิดไม่ออก หรือว่ามองไม่เห็นภาพรวมว่าควรทำอย่างไร ซึ่งวันนี้ผมจะขอนำเสนอวิธีคิดและแนวทางที่คุณควรนำไปใช้ เพื่อให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จใกล้ขึ้นทุกๆ วัน ดังต่อไปนี้ครับ



1. มองการณ์ไกลให้มากขึ้น - หลายคนมีวิสัยทัศน์ที่แคบเกินไป ตัวอย่างเช่น เริ่มโฆษณาและก้าวสู่ธุรกิจนี้ได้ไม่ถึง 3 เดือน โฆษณาแคมเปญสินค้าต่างๆ มากถึง 5 แคมเปญ คิดคีย์เวิร์ดนับร้อยๆ แต่ไม่สามารถทำกำไรได้เลย จึงล้มเลิกไปในที่สุด...คุ้นๆ หรือไม่ครับ??? ผม เองก็เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน แต่พอเปลี่ยนมุมมองใหม่ มองให้ไกลขึ้นทำให้ชีวิตดีขึ้น และทำให้เห็นโอกาสมากขึ้น เช่น ลองมองภาพรวม ว่า ในแต่ละปีคุณจะสร้างแคมเปญโฆษณาเท่าไร มีเป้าหมายว่าจะทำกำไรจากแคมเปญโฆษณาเท่าไร มีแผนงานใน 1 ปีที่จะช่วยสร้างผลกำไรมากกว่าเดิม 2-3 เท่าอย่างไร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณพัฒนาความคิด และมองเห็นโอกาสมากขึ้น...คำถามเศรษฐีเงินล้านครับ.... คุณจะทำกำไรมากเป็น 2-3 เท่าจากแคมเปญโฆษณาที่คุณโฆษณาอยู่ภายใน 1 ปีได้อย่างไร??? ถ้าคุณตอบคำถามนี้ได้ คุณจะเห็นเงินล้านอย่างแน่นอนครับ!



2. มุ่งมั่นใส่ใจกับ Winning Rate, Average Return และ Maximum Loss - จากประสพการณ์ที่ผ่านมาของผม พบว่า ค่าสถิติทั้งสามตัวคือ Winning Rate, Average Return และ Maximum Loss มี ความสำคัญมาก ค่าเหล่านี้บ่งบอกถึงความสำเร็จของคุณได้อย่างชัดเจน และช่วยให้คุณเห็นจุดที่ควรจะพัฒนา โดยผมมีคำนิยามดังต่อไปนี้ครับ

- Winning Rate คือ อัตราความสำเร็จของแคมเปญโฆษณาที่ทำกำไรให้กับคุณ เช่น คุณโฆษณาทั้งหมด 100 แคมเปญใน Google AdWords ปรากฏว่ามีจำนวน 40 แคมเปญโฆษณาที่ทำกำไรได้ และให้ผลตอบแทนมากกว่า 0% ดังนั้นค่า Winning Rate ของคุณจะเท่ากับ 40%

- Average Return คือ อัตราค่าเฉลี่ยของแคมเปญโฆษณาที่คุณโฆษณาและทำกำไรได้ เช่น จาก 40 แคมเปญโฆษณาทั้งหมด ปรากฏว่า แต่ละแคมเปญโฆษณาให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน บางแคมเปญโฆษณาให้มากถึง 50% บางแคมเปญโฆษณาให้เพียง 20% แต่โดยเฉลี่ยแล้ว สามารถคำนวณได้ว่า ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยเท่ากับ ผลรวมของผลตอบแทนทั้งหมดหารด้วยจำนวนแคมเปญ

- Maximum Loss คือ จำนวนเงินที่มากที่สุด คุณโฆษณาและเสียไปให้กับ PPC Search Engine ทั้งหมด เช่น คุณโฆษณา 3 แคมเปญ ผลปรากฏว่าทั้งสามแคมเปญโฆษณาขาดทุนย่อยยับ โดยแคมเปญแรก คุณเสียเงินไปทั้งหมด $2,000 แคมเปญที่สอง คุณเสียไปอีก $1,800 และแคมเปญที่สาม คุณเสียเงินเท่ากับ $4,500 แสดงให้เห็นว่า Maximum Loss ของคุณเท่ากับ $4,500 เป็นต้น



สรุป ถ้าคุณต้องการพัฒนาและประสพผลสำเร็จ คุณควรเพิ่มค่า Winning Rate และ Average Return ในขณะที่คุณต้องพยายามลดค่า Maximum Loss



3. ถามตัวคุณเองดูว่า คุณได้ทำทุกอย่างแล้วจริงๆ หรือ? - อย่าง ที่ผมบอกไปในตอนต้น ก่อนที่คุณจะล้มเลิก ให้คุณลองย้อนคิด และถามตัวเองว่า คุณได้ทำทุกอย่างแล้วจริงๆ หรือยัง เพื่อช่วยให้คุณประสพความสำเร็จ! ผมมีข้อแก้ตัว หรือข้อที่คุณอาจจะนำไปปรับปรุงได้ดังต่อไปนี้

- ไม่มีเงินในการทำธุรกิจ

- ภาษาอังกฤษอ่อนแอ

- ไม่มีเวลาให้ เพราะว่างานประจำยุ่งมาก

- ไม่รู้ว่าควรจะโฆษณาสินค้าอะไรดี

- ไม่แน่ใจว่าจะใช้คีย์เวิร์ดแบบไหน

- ไม่รู้ว่าจะค้นหาคีย์เวิร์ดทำกำไรได้อย่างไร

- และเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย



จากเหตุผลดังกล่าว ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องการประสพความสำเร็จ คุณควรถามตัวเองใหม่ ดังต่อไปนี้

- จะหาเงินจำนวน x เพื่อใช้ลงทุนในธุรกิจได้อย่างไร?

- จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเราเองได้อย่างไร?

- จะแบ่งเวลาอย่างไรให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด

- จะเริ่มต้นค้นหาสินค้าจากไหนดี และอย่างไรดี?

- จะหาข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลคีย์เวิร์ดอย่างไรให้ได้กำไรจากแหล่งใดดี?

- จะเริ่มต้นทดสอบประมูลคีย์เวิร์ด เพื่อหาคีย์เวิร์ดเงินล้านได้อย่างไร?



สุดท้ายที่คุณต้อง ทำก็คือ ตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจน และทำให้คุณแน่ใจว่าคุณได้ทำทุกอย่างแล้วจริงๆ ผมไม่เชื่อว่า คุณจะไม่สามารถประสพความสำเร็จได้ ผมเชื่อและตระหนักดีว่า เรา สามารถประสพความสำเร็จและทำกำไรมากกว่าที่ผมทำ อยู่ได้อย่างแน่นอน เพียงคุณอย่ายอมแพ้ คุณก็สามารถทำอะไรที่คุณต้องการได้อย่างแน่นอนครับ



กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

zTopAffiliateMarketer

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เทคนิคการ Bid เพื่อทำกำไร

สวัดดีครับท่านผู้สนใจในการทำ affiliate ทั้งหลาย สำหรับวันนี้นะครับ เราจะมาเรียนรู้การตั้งค่าบิดใน google adwords หรือ yahoo หรือ msn ว่าเราจะสามารถทำกำไรได้อย่างไร เราจะบิดอย่างไรจึงจะไม่ทำให้เราขาดทุนในอันดับเริ่มต้นโดยเฉพาะสินค้าราคาแพง

การขายสินค้านั้นนะครับเราก็ต้องคำนวนค่าของ แมคบิดก่อน หรือ แมค cpc ก่่อนใช่ไหมครับว่าเราจะต้องจ่ายจริงประมาณเท่าไร เมื่อเราขายสินค้าได้ เราจะมีรายได้เท่าไรเราจึงจะทำกำไรได้ แต่ว่าเมื่อเ้รานำไปลงโฆษณาแล้วเราก็ใช่ว่าจะจ่ายจริงดังที่เราคำนวนไว้ไม่ บางทีเราบิดกันที่ $1 เราอาจจะจ่ายจริงแค่่ $0.5 หรือ $0.3 ก็ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโฆษณาของเรา รวมทั้ง Quality score และภาพรวมของ account ของเราด้วยครับ ไม่ว่าจะใน google adwords, yahoo, msn ก็แล้วแต่ เวลาเราจ่ายจริงมักจะไม่ถึง กับค่าบิดที่เราตั้งไว้

เอาละครับทีนี้เราจะตั้งค่าบิดยังไงถึงจะไม่ทำให้ขาดทุน การบิดนั้นเราต้องตั้งค่าบิดไว้ให้ต่ำๆก่อนนะครับ เริ่มจากการบิดที่ ประมาณ $0.3 - $0.5 ถ้าสินค้านั้นมีราคาประมาณ $100 ขึ้นไป จะแพงแค่ไหนก็ตามผมก็จะเริ่มต้นบิดอยู่ที่ประมาณนี้ แต่เราก็ต้องใจเย็นๆด้วยนะครับไม่ต้องใจร้อนค่อยๆเพิ่มค่าบิดทีละ $0.3 - $ 0.1 ทุกชั่วโมงจนกว่าจะแสดง เผื่อจะขึ้นแสดงนี้ก็อาจจะใช้เวลาหลายวันก็ได้ หรือบางทีอาจจะวันสองวันก็ขึ้นแสดงแล้ว บางคนอาจบอกว่าไม่ทันใจ เพิ่มสูงๆเลยได้ไหมก็ได้เหมือนกัน แล้วแต่คน ส่วนผมนั้นจะบิดเริ่มต้นประมาณนี้ครับ เพื่อที่จะดูลาดราวก่อน ว่าถ้าเราบิดอยู่ในต่ำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว และมี click เข้ามา มี imp เข้ามาแล้วเราจะขายไ้ด้ไหม วันหนึ่่งควรที่จะให้มีคลิก ประมาณ 2-5 click ต่อวันเพื่อถ้าเราบิดจนมีคลิกอยู่ประมาณนี้แล้วเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้่องเพิ่มบิดอีก บางสินค้าอาจจะใช้เวลาหลายวันเพื่อที่จะดูว่าขายได้หรือเปล่า หรือวัดกันที่ 20-30 click ถ้าขายได้ก็ลุยต่อ ควรที่จะติด conversions tracking ID ตามไปด้วยนะครับ นับตั้งแต่วันแรกที่มีคลิกเลย จะทำให้เราได้รู้ว่าตัวไหนทำเงินกันแน่ ถ้ายังขายได้กเป็นครั้งที่หนึ่ง และครั้งที่สอง ก็ให้แยก adgroup แยก keywords เสีย เอาตัวที่มี click มียอดขายแยกออกไป ทำ adgroup ต่างหาก แยกเวลาออก และแยก พื้นที่ ทำโฆษณาออกด้วย เช่น

เรามี 6 adgroup เราก็แยก
adgroup-1
adgroup-2
adgroup-3
adgroup-4
adgroup-5
adgroup-6

แล้วแยกเวลา เช่น
adgroup-1 12-15 น.
adgroup-2 15-18 น.
adgroup-3 18-21 น.
adgroup-4 21-24 น.
adgroup-5 24-03 น.
adgroup-6 03-06 น.

ดังนี้เป็นต้นนะครับ
และการบิดนั้นเราสามารถบิดให้สูงกว่าปกติได้ครับเนื่องจากว่าเรารู้แล้วและคำนวนแล้วว่า kewords ไหนทำเงินให้กับเรา
ขั้นนี้ก็เท่ากับว่า เราทำสอบอีกขั้นหนึ่ง เพื่อให้เราได้รู้ว่า adgroup ไหน และ ช่วงเวลาไหนที่ทำเงินกันแน่ แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน อาจจะใช้เวลานานหน่อย หรือประมาณ 2-3 อาทิตย์ แล้วมาตัดสินอีกทีหนึ่งว่า ตัวไหนที่ทำกำไร ตัวไหนทีขาดทุน และตัวไหนที่ควรทำต่อบ้าง มีรัฐไหนทำกำไร รัฐไหนขาดทุน ให้แยกให้รู้เรื่องไปเลย

ครับเพราะฉะนั้นเทคนิคการบิดเราไม่จำเป็นเลยที่จะต้่องแสดงตลอดเวลา อาจจะแอบแฝงอยู่ก็ได้ถ้าเรามีงบน้อยกว่าเขา เช่นมีคู่แข่งที่มี url เดียวกัน ถ้าเขาบิดที่ $1 เราบิดที่ $0.8 ของเราก็จะไม่แสดง แต่แท้ที่จริงแล้วถ้าเขาเพิ่งทำโฆษณาโดยที่ยังไม่ยึดพื้นที่แบบเด็ดขาดไปเลยเราก็ยังมีโอกาสแสดงบ้าง เช่น google อาจแสดงว่า โฆษณาของคุณไม่แสดง เนื่องจากมี url ที่เหมือนกัน แต่แท้ที่จริงแล้วของเราก็แสดงอยู่ แต่แสดงน้อยกว่าคนที่บิดสูงกว่าเท่านั้นเอง นี้แหละครับคือการแสดงแบบแอบแฝงแสดงไม่ต้องเสนอหน้าแบบเต็มตัวไงครับ
เช่น มีคนค้นหา 100 คนใช่ไหมครับ คนที่บิดสูงกว่าก็จะแสดง ประมาณ 70 คน ของเราแสดง 30 คน อย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเราก็ยังมีโอกาสแสดงด้วยเหมือนกัน และมีโอกาสมีคลิกด้วย และคนที่บิดต่ำกว่าสามารถเลือกตำแหน่งได้ด้วยนะครับ ผมก็มักจะบิดให้แสดงอยู่อันดับประมาณที่ 2-3 เพราะจะทำให้ขายได้ง่ายกว่าอันดับหนึ่ง ถึงจะมี imp และ click น้อยกว่าก็ตาม

เพราะฉะนั้นเราจึงควรบิดให้ใกล้เคียงกับผู้ที่เป็นเจ้าถิ่นไม่ควรที่จะให้ห่างกันมากนักจะทำให้เราได้ส่่วนแบ่งในการแสดงบ้าง นี้เป็นเทคนิคการบิดแบบเริ่มต้นนะครับ เพื่อให้รู้ว่าคีร์เวิร์ดตัวไหนทำำกำไรถ้าเรารู้และแยก adgroup แล้วเราก็สู้ได้เต็มที่เลยไม่ต้องแออบแฝงครับ

ยังไงก็ขอให้โชคดีนะครับ ติดตามต่อฉบับหน้า

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กูรูชี้7กลยุทธ์บุกออนไลน์ นักการตลาดต้องเข้าถึง

สื่อดิจิตอลมาแรง ปีหน้าคาดเติบโตสูงถึง 20% “ธอมัสไอเดีย” ชี้ทิศทางปีหน้า ผู้บริโภคคนไทยเปิดรับสื่อดิจิตอลสูง พร้อมเปิด 7 กลยุทธ์ออนไลน์ ที่นักการตลาดต้องรับมือปีหน้า แย้มเตรียมบินสู่ระดับต่างประเทศ ผุดสาขาที่สิงคโปร์ในอีก 1-2 ปีนี้ หวังจับลูกค้าอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น

นางสาวอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน กำลังมีรูปแบบการเข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะเว็บไซด์ในรูปแบบอินเทอร์แอกทีฟ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค ขณะเดียวกันในส่วนของงบการซื้อสื่อโฆษณาของลูกค้า ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถยืนยันตัวเลขการใช้สื่อทางดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งได้

เพราะเป็นงบที่แฝงอยู่กับการใช้สื่อหลักของลูกค้า แต่การหันมาใช้สื่อออนไลน์ในปีนี้สูงขึ้นมาก โดยจากตัวเลขรวมการใช้สื่อโฆษณาปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 90,000 ล้านบาท ปีนี้ตัวเลขการใช้สื่อออนไลน์ 1,800 ล้านบาท คิดเป็น 2% คาดว่าเติบโต 20%

สำหรับธอมัสไอเดีย หลังจากที่หันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์ พบว่า รายได้ที่มาจากงบการใช้สื่อออนไลน์ของลูกค้ามีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 50% เทียบกับรายได้รวมทั้งหมด จากปีก่อนที่มี 30% คาดปีนี้ยอดรายได้จากสื่อออนไลน์ของบริษัท เติบโต 10-20% ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้บริษัท มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 20%

ปีนี้บริษัทฯสามารถคว้า 23รางวัลจากทั่วโลกในผลงานด้านอินเทอร์แอกทีฟ ส่งผลให้บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปเปิดสาขาในต่างประเทศต่อไป โดยในระยะ 1-2 ปีนี้ จะเข้าไปเปิดสาขาที่สิงคโปร์ ส่วนสำคัญ คือ ต้องการได้ลูกค้าระดับอินเตอร์แบรนด์ ที่มีรีจีนอล ฮับ ในสิงคโปร์ ซึ่งมีอยู่หลายแบรนด์ จากปัจจุบัน ลูกค้าหลักที่ใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น คือ ลูกค้าในประเทศกว่า 50% และอินเตอร์แบรนด์อีก 50%

กลุ่มสินค้าและบริการ ที่หันมาใช้สื่อออนไลน์สูงขึ้นนั้น ได้แก่ คอนซูเมอร์โปรดักส์ กลุ่มอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ไอที และกลุ่มMICE ตามลำดับ โดยในปีหน้าเชื่อว่าภาพรวมการใช้สื่อออนไลน์ จะยังมีสัดส่วนที่ 2% ของภาพรวมการใช้สื่อทั้งหมด ส่วนในแง่อัตราการเติบโตนั้น เชื่อว่าจะใกล้เคียงกับในปีนี้ คือ ที่ประมาณ 20%

ในปี 2553 มี 7กลยุทธ์ออนไลน์ที่นักการตลาดต้องเตรียมรับมือ คือ 1.โซเชียลมีเดีย Social Media ถือเป็นช่องทางสำคัญในสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ดีที่สุด โดยเฉพาะ Facebook, Twitter และBlog มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูงมาก แต่ควบคุมได้ยาก การวางกลยุทธ์ที่จะใช้สื่อนี้ต้องมีระบบการรองรับที่ดี

2. แบรนด์จะให้ความสำคัญในการสร้าง Customer Experience และ Customer Engagement กับผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งแคมเปญนี้ควรใช้เวลาไม่เกิน3-6นาทีเพื่อจะดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจมาก สที่สุด 3.การวัดผลความสำเร็จของแคมเปญ
(ROI)จะชัดเจนและสนับสนุนการวางกลยุทธ์ของนักการตลาด 4.ยุคใหม่ทีท้าทายของ Mobile Internet และ Moblie Marketing กับ 3G ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะส่งผลให้สื่อออนไลน์จะออกมาเป็นรูปแบบวิดีโอมากขึ้น

5.ฐานข้อมุลลูกค้าสัมพันธ์ CRM เป็นสื่งที่ช่วยเชื่องโยงการใช้สื่ออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 6.Email Maketing เสริฟข้อมูลด่วนด้วยต้นทุนต่ำ และ7.Search Engine Optimization คอนเทนต์เป็นคีย์หลัก การสร้างเว็บไซด์และเนื้อหา จะต้องคิดถึงกลยุทธ์ของ Search Engine Optimizationควบคู่ไปด้วย


http://manager.co.th/

สุดยอดมากครับสำหรับ วิธีนี้ที่ทำให้เราสามารถหารายได้เพิ่มเิติม สำหรับใครที่กำลังมองหา ธุรกิจออนไลน์อยู่ก็ลองหาิวิธีทำเงินจากออนไลน์ดูนะครับ หรือเครื่องมือต่างๆที่เราเล่นอยุ่ก็สามารถทำเงินให้กับเราได้เหมือนกันนะครับ เ้ช่น blog เป็นต้น โดยการเรียกคนเข้ามาดูบล๊อกของเรา พร้อมกับการโปรโมทสินค้าเราไปด้วยนะครับ

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Countdown to Black Friday 2009 Part II


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน กลับมาพบกับอ.อ้อกันต่อกับบทความ Countdown to Black Friday 2009 ตอนจบ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อนๆ ก็ได้รู้จักกับเทศกาล Black Friday กันไปแล้ว วันนี้อ.อ้อก็จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ
Cyber Monday กันต่อค่ะ
Cyber Monday ตรงกับวันที่ 30 November 2009 ซึ่งก็คือวันจันทร์ต่อจากเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า จะเป็นวันที่ผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์
อีกหนึ่งวันที่จะช่วยให้ยอดซื้อขายพุ่งกระฉูดในวันจันทร์ เพราะฉะนั้นหากใครทำ PPC ก็ควรหยุดแคมเปญวันเสาร์ อาทิตย์ไว้ได้เลย และเริ่มโฆษณาใหม่เพื่อกอบโกยกำไรได้ในวันจันทร์ค่ะ

จากกราฟสถิติด้านบน เราจะสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อมากที่สุดคือช่วงกลุ่มวัยรุ่น (อายุ 18-24 ปี) ที่นิยมจับจ่ายใช้สอยสินค้าออนไลน์
มากถึง 70.9% ถัดมาก็คือกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 25-34 ปี) ถ้าเพื่อนๆ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและเลือกตลาด เลือกสินค้าตรงกลุ่ม ก็ฟันธงได้เลยค่ะว่า เส้นชัยไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ

แนะนี่ก็คือตลาดสินค้าทำเงินในช่วง Holiday Season ของนักธุรกิจออนไลน์อย่างพวกเราค่ะ

และจากเค้กก้อนโตชิ้นนี้ก็แสดงให้เห็นว่า นี่ก็คือช่วงเวลาโกยเงินของเรา

เป็นอย่างไรก็บ้างคะหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ และมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นหัดทำธุรกิจออนไลน์กันนะคะ
ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนขยันลงมือทำ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่เรามุ่งมั่นและตั้งใจ ขอโชคดี ร่ำรวยๆ กันทุกคนค่ะ @^_^@


How To Save Christmas Online Shopping Cyber Monday 2009 & Black Friday




บทความโดย : อ.อ้อ พิมพ์พร นรินทร์โท




วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Countdown to Black Friday 2009


เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วงปลายปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลแห่งการจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวกันแล้วนะคะ
หวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนคงสบายดีและกำลังทำ Market Research เพื่อเตรียมกระโดดขึ้นขบวนรถดอลล่าร์มาหานะเธอกัน
ใครที่พลาดรถด่วนขบวนนี้แล้วจะเสียใจไปอีกนาน เพราะเป็นช่วงกอบโกยกำไรกันแบบอิ่มหนำสำราญของชาว
Affiliate Marketer ค่ะ ช่วงนี้เรียกได้ว่า ทำงานหนักกันแค่เดือนพย. - ธค. ก็สามารถสร้างรายได้ได้พอๆ กับการทำ
ธุรกิจออนไลน์กันทั้งปีเลยทีเดียว

สำหรับในช่วงหน้าเทศกาลหรือ High Season ประกอบไปด้วยเทศกาล Halloween ในวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านและ
ในเดือนพศฤจิกายนนี้จะเป็นเทศกาลวัน Thanksgiving Day (วันขอบคุณพระเจ้า) ในวันที่ 26 พฤศจิกายน และ Black Friday วันที่ 27 พฤศจิกายน
และเทศกาลวัน Christmas 2009 ในวันที่ 25 ธันวาคม
ซึ่งคุณปุ้ย Dollarslism ก็นำสถิติที่น่าสนใจในการกอบโกยรายได้มาแชร์ให้กับเพื่อนๆ ดังนี้ค่ะ



เทศกาล Black Friday เป็นเทศกาลที่คนอเมริกานิยมไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าลดราคา ชนิดที่ว่า ซุปเปอร์ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์
กันอย่างถึงพริกถึงขิง ผู้คนต้องออกมายืนเข้าคิวรอเข้าไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำกันตั้งแต่เวลาตีห้า
และมีข่าวลงหนังสือพิมพ์ว่ามีการเหยียบกันตายเวลาเปิดห้างกันทุกๆ ปี
ผู้บริโภคจะนิยมสั่งซื้อสินค้าตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนถึงวันอาทิตย์ โดยวันศุกร์จะมียอดการซื้อขายมากที่สุด


สินค้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในเทศกาล Black Friday คือ

1. หมวดเสื้อผ้า Clothing or Accessories เพราะเป็นช่วงหน้าหนาว พวกเสื้อกันหนาว กางเกงยีนส์ รองเท้าบูท จะขายดีที่สุด
2. หมวดของเล่น (Toys) สินค้าพวกวิดีโอเกมส์ ตัวต่อเลโก้ ตุ๊กตา จะขายดีที่สุด
3. หมวดหนังสือ, DVD ผู้คนจะพักผ่อนอยู่บ้านในช่วงวันหยุด และจะนิยมให้ของขวัญเป็นหนังสือ หนัง เพลง เกมส์ เนื่องจากราคาถูก
และเพื่อเป็นการขอบคุณญาติสนิท มิตรสหาย และเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
4. หมวดอิเล็กทรอนิคส์ สินค้าในหมวดนี้ จะเหมาะกับคนชอบเทคโนโลยีที่ต้องการอัพเกรดเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เปลี่ยนมือถือรุ่นใหม่
โน๊ตบุ๊คส์รุ่นใหม่ เป็นต้น
5. หมวดของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ สินค้าพวกนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของแม่บ้านโดยเฉพาะ เช่น ต้องการอุปกรณ์เครื่องครัวใหม่ๆ
ต้องการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เตียงนอนชุดใหม่ จาน ชาม หม้อ


ที่มา http://www.ilearn.in.th

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การทำกำไรจาก google adwords ตอน 2

สำหรับการทำขั้นตอนที่หนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราก็จะมาเรียนรู้เทคนิคการทำกำไรจาก google adwords ขั้นตอนที่สองกันต่อไปเลยนะครับ
เมื่อเราผ่านขั้นตอนทีหนึ่งเราขายสินค้าได้อาจจะ 1 หรือ 2 ชิ้นขึ้นไป ใน 1วันหรือ หลายวันก็ได้ เราอาจจะลงทุนไปแล้วสมมุติ $20 ได้กลับมา $15 เหรียญ ขายได้ 3 ชิ้น ได้ชิ้นละ $5 แสดงว่าเรายังขายได้อยู่แต่ว่ายังขาดทุน แล้วจะทำยังไงละเราถึงจะทำให้กลับมาทำกำไรไ้ด้ เอาละครับทีนี้หลังจากเราได้ทำสอบมาพอสมควรแล้วเราก็จะ เรียนรู้การทำสินค้าที่ขายได้แต่ขาดทุน ให้หันกลับมาทำกำไร ให้จงได้อาจจะ 1หรือ 2 เท่าหรือมากกว่านั้น

หลังจากที่เราได้บันทึกไว้หมดแล้วว่า ตัวไหน keywors ไหนที่ทำกำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง เราก็ต้องแทร็ก ตั้งแต่แรกที่มี click แล้วใช่ไหมละครับ สมมุติว่า มี keywords อยู่ 5 ตัว
ตัวแรก ลงทุนไป $10 ตัวที่สองลงทุนไป $3 $3 $2 และ $2 ตามลำดับ รวมแล้วก็ $20 พอดี ถ้าเราแทร็กแล้วเราก็จะรู้ว่าตัวไหนที่ขายได้ตัวไหนที่ขายไม่ไ้ด้ที่ดึงให้เราขาดทุน

ถ้าเรามี keywords เพียงตัวเดียวที่ทำกำไรและขายได้ คือตัวแรก $10 ก็ให้เราสละตัวที่ 2-5 ออกไปเสีย ก็เท่ากับว่า โฆษณาครั้งต่อไปเราก็ไม่ต้องมาเสียเงินกับตัวที่ไม่ทำกำไรอีกต่อไปใช่ไหมครับ ครั้งต่อไปเราอาจจะลงทุน แค่ $10 เนื่องจากว่าเราตัดตัวที่ไม่ทำกำไรออกไปหมดแล้ว แต่เราก็ยัง ขายได้ 3 ชิ้นเหมือนเดิมก็เท่ากับว่า ทุน $10 ขายได้ $15 เราได้กำไร $5 แล้ว ถ้าต้องการกำไรเพิ่มมากกว่านี้เนื่องจากว่าเรายังไม่พอใจ เราก็มาแทร็กเวลาละครับ ให้แยก แคมเปญออกเป็น 2 ช่วงเวลา

สมมุติว่าเราโฆษณา ตั้งแต่เวลา 18-06 น. ทุกวันแต่เราก็ยัง ทำำกำไรอยู่ให้เราแยก แคมเปญหนึ่งออกเป็นเวลา 18- 24 น. อีกแคมเปญหนึ่ง 24-06 น เพื่อดูว่า ช่วงเวลาไหนที่ขายได้ ก็จะทำให้เรา แบ่งค่าโฆษณาออกครึ่งหนึ่ง เป็นเหลือแคมเปญละ $5 ถ้าช่วงเวลา 18-24 น. ขายได้และทำกำไรให้กับเรา เราขายได้ 2-3 ชิ้น เท่ากับว่า เราได้กำไรเพิ่ม $5 - $10 แล้วใช่ไหมละครับ แต่เราลงทุนเพียงแค่ $5 เท่านั้นเอง ส่วนตัวที่ไม่ทำกำไรเราก็ลบออกเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราลดทุนลงไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมาเสียเงินกับตัวที่ไม่ทำกำไรอีกต่อไป แล้วเรายังมีเงินเหลือ ไปทำโฆษณาสินค้าอื่นๆไปเรื่อยได้อีกด้วย



ขอให้โชคดีนะครับ
พบกันใหม่

**********************************
รับคีร์เวิร์ดทำเงิน และสินค้าทำเงิน หรือเทคนิคการหาสินค้า
คีร์เวิร์ดทำกำไร ไม่รู้จบที่นี่
www.ppcprivateclub.com

เรียนรู้เทคนิคการขายสินค้ากับ Amazon + PPC ,SEO

ทำ seo ด้วย wp ง่ายนิดเดียวลองดู

Manager Online - เกม

Manager Online - Cyberbiz

Drinkwell Pet Fountain Cleaning