วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553
Amazon UK แจ้งเปลี่ยนกฏใหม่แล้ว
ผมว่าทุกคนคงได้รับ email จาก amazon.co.uk กันแล้วนะครับ เกี่ยวกับการยกเลิกค่่าคอมมิชชั่นใหนกับ affiliate ที่ทำโฆษณา ผ่าน ppc โดยยิงเข้าเว็บ amazon (Paid Search )โดยตรง ซื่ง amazon จะไม่อนุญาิตให้เรายิงผ่านเว็บเขาโดยตรง
แต่ถ้าเราทำ lp โดยยิงเข้าเว็บเราก่อนแล้วค่อยลิ้งค์ไปที่เว็บ amazon ได้ แต่จะยิงเข้าเว็บ amazon เลยไม่ได้นะครับ จะเริ่มออกกฏบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นเราจะต้องหยุดลงโฆษณา ทำ ppc โดยยิงเข้า amazon โดยตรงนะครับ ไม่ว่าเราจะโฆษณา กับ google, yahoo, msn , miva , เป็นต้น หรือเจ้าไหนก็ตาม ก็ให้หยุดให้หมดก่อนถึง 1 กพ นะครับ ไม่งั้น จะหาว่าไม่เตือน เราจะไม่ไ้ด้ค่าคอมแล้ว ยังจะโดนแบนอีกด้วย
และเราจะต้องแจ้ง เปลี่ยนวิธีการทำโฆษณาใหม่ให้กับ ทาง amazon รู้ก่อนวันที่ 1 มีนาด้วยนะครับ ถ้าไม่แจ้ง amazon จะปิดเว็บของเราทันทีและเราก็จะไ้ม่ไ้ด้ค่าคอมมิชชั่น
เพราะฉะนั้นตอนนี้เราต้องหา affiliate เจ้าอื่นๆเพิ่มเติมด้วยนะครับ ผมว่าอีกไม่นาน amazon.de amazon.fr หรือเจ้าอื่นๆก็ต้องยกเลิกอยู่ดี ฉะนั้นเราต้องหาเปลี่ยนวิธีอื่น ทำหลายๆวิธีกันจะได้ไม่ผิดหวังมากเวลา amazon แจ้งเปลี่ยนอีกนะครับ เราอาจจะไปทำที่ cj clickbank หรือที่อื่นๆก็ได้ที่เขาต้องการให้เราไปขายสินค้าให้มีเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ต้องไปคิดมาก กับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไปนะครับ
ให้มองโลกในแง่ดีแล้วสิ่งดีๆก็จะตามมาเอง
สู้ๆนะครับ
buy cheaper game online save up to 50 %Off at now
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553
ขายอะไรได้กําไรดี
สำหรับวันนี้ก็มาเจอกันอีกแล้วนะครับ ไม่ได้มาเข้าบล็อกเสียนาน คิดถึงจังอิอิ
วันนี้เราจะมาพูดถึงการขายสินค้าช่างหลังปีใหม่กันว่า เราควรที่จะขายอะไรดี สำหรับผมแล้วเท่าที่ได้ทำยอดขายมา และได้สำผัดมากับตัวเองนะครับ สินค้าที่ขายดีได้เรื่อยๆ ในช่วงเดือน มค- เมย ก็จะเป็นสินค้าพวก เครื่องช่วยลดน้ำหนัก สินค้าเกี่ยวกับความสวยความงาม สินค้าพวก อุปกรณ์การกีฬา เป็นต้น ในช่างนี้จะขายดี ไม่ว่าเทศกาลไหน
แต่สินค้าพวก electronic ต่างๆ เราความขายช่วง กลางปีเป็นต้นไป ก็จะเริ่มขายดีขึ้นเรื่อยๆ จะถึงปลายปี ธันวา เลยทีเดียว แต่จะลดลงมากในช่างหลังปีใหม่ เพราะฉะนั้นเราควรหยุดสินค้าเหล่านี้ไปสัก 15-1 เป็นต้นไป ค่อยกลับมาขายใหม่ และสินค้าที่ขายดีในหมวดหมู่ amazon ช่างเดือน มค - เมษ อย่างเช่น
สำหรับอุปกรณ์ช่วยออกกำลังกาย
Power ball
weights
Toning Equipment
Heart Rate MonitorsSlendertone system
เป็นต้น และสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงาม เช่น
Health & Beauty
ToothbrushAroma Home winter warmers
Health Care
และอื่นๆอีกมาก เป็นต้น
และสินค้าเหล่านี้นะครับจะขายดีตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ตามที่ผมขายมาก็ขายได้เรื่อยๆ และขายได้ตลอดทั้งปีด้วย ถึงสินค้าจะราคาไม่แพง แต่ถ้าเราขายหลายๆชิ้น บริหารจัดการดีๆก็จะทำให้เราได้ กำไรเยอะเหมือนกันนะครับ และคู่แข่งก็น้อยด้วย ค่าบิด CPC ต่ำ ใช่ว่าจะขายได้เฉพาะหมวดนี้นะครับ แต่ที่ผมบอกว่า ขายได้ช่างนี้ก็เพราะว่าเราควรเน้นขายพวกนี้ ในช่วงนี้มากกว่า เพราะสินค้าเหล่านี้จะมียอดขายเพิ่มขึ้นในช่างนี้ แต่สินค้า หลายๆหมวดกลับมียอดขายลดลด อย่างเช่น หมวด electronic, computer, เป็นต้น ยอดขายจะลดลงในช่วงหลังปีใหม่ และจะค่อยๆเพิ่มขึ้น หลังปีใหม่ 15-1 เดือน เป็นต้นไป หรือจะเป็นพวก หนัง ซีดี ดีวีดี เก็ม ของเด็กเล่นพวกนี้ก็ขายดีเหมือนกัน พยายามตั้งค่าบิดใ้ห้ต่ำ แล้วค่อยๆเพิ่มบิดทีหลัง หาสินค้่ามาลงเยอะๆแล้วเราจะรู้ว่า ยอดขายไม่ได้น้อยลงเลย
ขอให้วางแผนให้ดีทำตามแผนที่เราวางไว้อย่างเคร่งครัด แล้่วจะประสบความสำเร็จเอง
พยายามเข้าไว้แล้วความสำเร็จจะตามมาหากเรายังสู้อยู่
โชคดีครับ
เก็มใหม่ ดาวโหลดเก็มมันส์ๆ ซื้อเ็ก็ม amazon ได้ที่นี่
Top Gamecheaper Online
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553
ยอดขายเก็ม 2009 ใน สหรัฐ เฉียด 20000 ล้านเหรียญ
| NPD เปิดเผยตัวเลขอุตสาหกรรมเกมในสหรัฐประจำปี 2009 มีรายได้ 19,660 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดต่ำลงกว่าปีที่แล้ว 8 เปอร์เซนต์ เครื่อง DS ครองแชมป์ยอดขายที่ตัวเลข 11 ล้านเครื่อง Modern Warfare 2 และ The Sims 3 คว้าแชมป์เกมขายดี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "เอนเตอร์เบรน" ออกมาเปิดเผยตัวเลขอุตสาหกรรมเกมในญี่ปุ่นประจำปี 2009 ระบุว่ามีรายได้ 5,910 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดต่ำลง 6.9 เปอร์เซนต์เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ปี 2008 หลังจากนั้น "The Entertainment and Leisure Software Publishers Association" หรือ ELSPA ก็ออกมาเปิดเผยตัวเลขอุตสาหกรรมเกมในอังกฤษประจำปี 2009 ระบุว่ามีรายได้ 5,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดต่ำลง 18 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับรายได้ปี 2008 ล่าสุด NPD ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขรายได้อุตสาหกรรมเกมในสหรัฐประจำปี 2009 ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายมียอดรายได้ลดต่ำลงเมื่อเทียบกับปี 2008 อุตสาหกรรมเครื่องคอนโซล , เครื่องเกมพกพา , ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์เสริม มียอดรายได้รวมกันที่ 19,660 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดต่ำลง 8 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปี 2008 ที่ทำรายได้ไว้ที่ 21,400 ล้านเหรียญสหรัฐ | |||||
เครื่องเกมพกพา เป็นเพียงส่วนเดียวที่มีการเติบโตมากขึ้นในปี 2009 มียอดรายได้เพิ่มสูงขึ้น 6 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปี 2008 ทางด้านยอดขายเครื่องคอนโซลมียอดตกต่ำลง 13 เปอร์เซนต์ในปี 2009 ข้อมูลตัวเลขจาก NPD ระบุว่าระยะเวลา 12 เดือนของปี 2009 เครื่องเกมพกพา DS ทำยอดขายได้มากที่สุดด้วยจำนวน 11,185,400 เครื่อง ทางด้านเครื่องวี ทำยอดขายได้ 9,594,000 เครื่อง เครื่อง Xbox360 ทำยอดขายได้ 4,770,700 เครื่อง เหนือกว่าเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 ที่ทำยอดขายได้ 4,334,500 เครื่อง เครื่องเกมพกพา PSP ทำยอดขายได้ 2,495,900 เครื่อง และ เครื่องเพลย์สเตชั่น 2 ทำยอดขายได้ 1,799,900 เครื่อง | |||||
ซอฟต์แวร์เกมขายดีอันดับหนึ่งบนเครื่องคอนโซลและเครื่องพกพาตกเป็นของเกม Call of Duty: Modern Warfare 2 ตามคาด โดยเวอร์ชั่น Xbox360 ขึ้นรั้งเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเวอร์ชั่นเพลย์สเตชั่น 3 อยู่ในอันดับที่แปด ยอดขายเกมทั้งสองเวอร์ชั่นเมื่อนับรวมเดือนพฤศิกายนและธันวาคม ปี 2009 อยู่ที่ 8.82 ล้านชุด ทางด้านเกมขายดีบนเครื่องพีซี ประจำปี 2009 ตกเป็นของเกม The Sims 3 ตามด้วย World of Warcraft: Wrath of the Lich King และ The Sims 2 Double Deluxe - Electronic Arts | |||||
DS: 11,185,400 Wii: 9,594,000 Xbox 360: 4,770,700 PS3: 4,334,500 PSP: 2,495,900 PS2: 1,799,900 เกมขายดีบนเครื่องคอนโซลและพกพาในสหรัฐประจำปี 2009 1) Call of Duty: Modern Warfare 2 (360) - Activision 2) Wii Sports Resort (Wii) - Nintendo 3) New Super Mario Bros. Wii (Wii) - Nintendo 4) Wii Fit with Balance Board (Wii) - Nintendo 5) Wii Fit Plus (Wii) - Nintendo 6) Mario Kart Wii (Wii) - Nintendo 7) Wii Play with Wii Remote (Wii) - Nintendo 8) Call of Duty: Modern Warfare 2 (PS3) - Activision 9) Halo 3: ODST (360) - Microsoft 10) Pokemon Platinum (DS) - Nintendo เกมขายดีบนเครื่องพีซีในสหรัฐ ประจำปี 2009 1) The Sims 3 - Electronic Arts 2) World of Warcraft: Wrath of the Lich King - Blizzard 3) The Sims 2 Double Deluxe - Electronic Arts 4) World of Warcraft: Battle Chest - Blizzard 5) Call of Duty: Modern Warfare 2 - Activision 6) World of Warcraft - Blizzard 7) The Sims 3: World Adventures - Electronic Arts 8) Spore - Electronic Arts 9) Dragon Age: Origins - Electronic Arts 10) Empire: Total War - Sega ข้อมูลและภาพประกอบจาก gamespot.com http://manager.co.th |
วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553
ยอดขายเก็มที่อัังกฤษ ปี 2009 รายได้หด 18%
| ||
ก่อนหน้านี้ "เอนเตอร์เบรน" ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขรายได้จากอุตสาหกรรมเกมในญี่ปุ่น ระบุว่าตลอดปี 2009 มีรายได้อยู่ที่ 5.91 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดต่ำลง 6.9 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปี 2008 ล่าสุด The Entertainment and Leisure Software Publishers Association(ELSPA) สมาคมที่ดูแลทางด้านเกมในอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขยอดรายได้ประจำปี 2009 บ้าง ซึ่งก็เป็นไปตามคาดยอดรายได้ในปี 2009 ต่ำกว่าปี 2008
ELSPA รายงานตัวเลขอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานบันทึกสถิติ GfK ระบุว่ายอดรายได้รวมของฮาร์ดแวร์ , ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์เสริมในอังกฤษประจำปี 2009 มีตัวเลขอยู่ที่ 5.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดต่ำลง 18 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับยอดรายได้รวมของปี 2008 ที่ทำได้ 6.46 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ในส่วนของยอดรายได้จากฮาร์ดแวร์ สามารถทำได้ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับตัวเลขที่ลดลง ทาง ELSPA ระบุว่ามาจากสาเหตุสำคัญที่ 3 ผู้ผลิตเครื่องเกมพร้อมใจกันลดราคาเครื่อง ในส่วนของตัวเลขยอดขายเครื่องไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมา แต่ ELSPA เปิดเผยว่าเครื่อง วี ของนินเทนโด ขายดีกว่าเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 และ Xbox360 พร้อมกับบอกตัวเลขยอดขายสามเครื่องรวมกันที่ทำได้ถึง 6.7 ล้านเครื่อง เท่านั้นยังไม่พอยังระบุว่าเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 เป็นเครื่องเดียวที่มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซนต์
ทางด้านยอดรายได้จากซอฟต์แวร์เกม สามารถทำได้ 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เกมจากเครื่อง Xbox360 สามารถทำรายได้ได้มากที่สุดเหนือเกมบนแพลตฟอร์มอื่น มีรายได้ 735 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มสูงขึ้น 4 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปี 2008 ทางด้านเกมบนเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 14 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปี 2008 มียอดขายอยู่ที่ 11.9 ล้านชุด ตัวเลขซอฟต์แวร์รวมทุกเครื่องสามารถขายได้ 74.6 ล้านชุด ส่วนยอดรายได้จากอุปกรณ์เสริมอยู่ที่ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamespot.com
http://www.manager.co.th
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553
google Nexus one จาก google
Google Nexus One
ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
* ระบบ Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
- UMTS 900/2100 MHz , HSDPA 7.2 Mbps / HSUPA 2 Mbps
* จอสัมผัส AMOLED 16 ล้านสี - 480 x 800 พิกเซล (3.7")
* ระบบตอบสนองอัตโนมัติ (Sensors)
- G-Sensor : ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง
- Ambient light sensor : ปรับแสงสว่างของไฟหน้าจออัตโนมัติ
- Proximity sensor : ตรวจจับระยะห่างระหว่างตัวเครื่องกับใบหน้า เพื่อปิดการใช้งานจอแสดงผลเวลาสนทนา
* ปุ่มควบคุม Trackball 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
* เสียงเรียกเข้า MP3, Polyphonic
- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
* ระบบปฏิบัติการ : Android™ เวอร์ชั่น 2.1 Eclair
- CPU : Qualcomm® QSD 8250, 1 GHz
* หน่วยความจำ ROM 512 MB - RAM 512 MB (ตัวเครื่อง)
- การ์ดหน่วยความจำ microSD™ - สูงสด 32 GB
ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
* ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
- WiFi 802.11b/g, WLAN (Wireless LAN)
- บลูทูธ Bluetooth™ v2.0 + EDR , micro-USB v2.0
- รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ (A2DP Bluetooth™ stereo sound)
* ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, HTML, WAP 2.0 Browser
* รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
- อีเมล์ Email, MMS, SMS ผ่าน 3G-HSPA, EDGE, GPRS
- ข้อความแชท (Instant Messaging)
* รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0
จุดเด่น (Feature)
* ระบบดาวเทียม ค้นหาตำแหน่ง (Build-In GPS navigation)
- เข็มทิศดิจิตอล (Digital compass)
* กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช (Digital camera)
- ซูมดิจิตอล 2 เท่า, ปรับภาพอัตโนมัติ (Auto Focus)
- แนบตำแหน่งบนแผนที่ไปกับภาพถ่าย (Geo-tagging)
* บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video recording)
- ความละเอียด 720 x 480 พิกเซล, 20 เฟรมต่อวินาที
* เครื่องเล่นวีดีโอ (Video player)
- รองรับไฟล์ : MP4, 3GP, 3G2, M4V
* เครื่องเล่นเพลง (Music player)
- รองรับไฟล์ : AAC, AMR, AWB, WAV, WMA, MP3, MID
* ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
* แฮนด์ฟรีในตัว (Build-in Handsfree)
การใช้งานของแบตเตอรี่
* แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion Polymer 1,400 mAh (Standard Battery)
* เปิดรอรับสาย 290 ชั่วโมง (Standby Time)
- ระบบ 3G - 250 ชั่วโมง
* สนทนาต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง (Talk Time)
- ระบบ 3G - 7 ชั่วโมง
* ชมวีดีโอนานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง (Video playback time)
* ฟังเพลงต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง (Music playback time)
* ใช้งานอินเตอร์เน็ต 5 ชั่วโมง (Web browsing)
วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โหลดสินค้าทำเงิน 50 ชิ้น/เดือนที่นี่
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ผมหวังว่าธุรกิจของเพื่อนๆจะประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อยตามที่เพื่อนๆวางแผนกันไว้นะครับ ส่วนธุรกิจของผมนั้น ก็ยังคงวนเวียนอยู่กับแนวทางและกลยุทธ์ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ โดยเมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับอีเมลจากคุณ zTopAffiliateMarketer เกี่ยวกับโครงการที่ชื่อว่า Magic LIVE Amazon Products Club เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่บริการค้นคว้า วิจัย วิเคราะห์ และพิจารณาเลือกสินค้าจาก Amazon.com โดยเฉพาะ (Affiliate Product หรือ Affiliate Program นั่นเอง) เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลากับเงินทองในการค้นหาและทดสอบสินค้าด้วยตัวเอง
หลังจากที่ผมได้เข้าร่วมโครงการกับคุณ zTopAffiliateMarketer แล้ว ปัญหาต่างๆของผมก็หมดไป และตอนนี้ผมเองก็กำลังก้าวเข้าสู่ถนนแห่งความสำเร็จอย่างถูกต้องและเพิ่มโอกาสในการที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้นและเร็วขึ้นอีกด้วย ...สินค้าดังกล่าวช่วยงานผมได้เยอะมากและทำให้ผมมีเวลามากขึ้นที่จะพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจของผมในส่วนอื่นๆ
ปัญหาส่วนใหญ่ของผมก็คือ
1. ขาดความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์จริงในการค้นคว้า วิจัยและวิเคราะห์สินค้าหรือ Affiliate Programs ในเว็บไซต์ Amazon.com
2. มักจะเลือกสินค้าหรือ Affiliate Programs ผิดตัวเสมอๆ ทำให้ต้องประสบกับภาวะการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
3. เสียเวลาและเงินทองอย่างมากมายในการลองผิดลองถูก สำหรับการเลือกและโฆษณาสินค้าที่มีอยู่นับล้านๆชิ้นใน Amazon.com
โหลดสินค้าทำเงินได้ที่นี่
ถ้าเพื่อนๆเป็นนักการตลาด Affiliate คนหนึ่งที่กำลังโฆษณาสินค้าจาก Amazon.com และประสบปัญหาเหมือนผม ผมขอแนะนำให้คุณเข้าร่วมโครงการ Magic LIVE Amazon Products Club เพื่อกำจัดปัญหาเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด และเพื่อนๆจะได้ก้าวเข้าสู่ถนนแห่งความสำเร็จเหมือนผม
เพื่อนๆสามารถเข้าไปเรียนรู้แนวทางเบื้องต้นและสมัครเข้าร่วมกับผมได้ที่
โหลดสินค้าทำเงินที่นี่
โชคดีนะครับ
สวัดดีปีใหม่ 2010
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับยอดขายในเดือนธันวาคม กำลังจะผ่านไปแล้วนะครับ และสำหรับในปีต่อไป 2010 ได้วางแผนการทำ Pay Per Click หรือ affiate กันอย่างไรบ้าง ส่วนผมนั้นก็ได้วางแผนไว้แล้วคือจะต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมตัวไหนที่ทำแล้ว เคยผิดพลาดอะไรไปอย่างไร ก็จะปรับปรุงให้รอบคอบขึ้นกว่าเดิมครับ
หรือคนที่เคยขายของแล้วรู้สึกว่า ขาดทุนขายไม่ได้ดังใจปีนี้ก็ปรับกันใหม่ทำให้ดีขึ้น เพราะว่าคนที่เข้ามาทำธุรกิจมีเยอะมากและเพิ่มขึ้นมากในทุกๆปีด้วย เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ให้วางแผนให้รอบคอบก่อนทำนะครับ
ผมหวังว่าปีใหม่นีุ้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนคงจะสบายดี และขอให้สบายดีในปีต่อๆไปนะครับ
และขอให้ประสบความสำเร็จในทุกธุรกิจที่ทำด้วยนะครับ
โชคดีปีใหม่ครับ
วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ประวัติวันคริสต์มาส
| คริสต์มาส คือ การฉลองการบังเกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษา อังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" คำว่า" Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี 1038 และคำนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ในภาษาไทย "คริสต์มาส" ก็มีความหมายเช่นกัน คำว่า "มาส" แปลว่า"เดือน" เทศกาลคริสต์มาสจึง เป็นเดือนที่เราระลึกถึงพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพิเศษ คำว่า"มาส" คือ"ดวงจันทร์" ตีความหมายในภาษาไทยคือพระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลก เหมือนดวงจันทร์เป็นความ สว่างในตอน กลางคืน | ||
เรา จะเห็นได้ว่าวันคริสต์มาสเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่พระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์เป็นพระเจ้า ที่จะอยู่กับเราตลอดไปเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ เป็นพี่หัวปีที่จะนำมนุษย์ทั้งมวลไปสู่พระบิดาเจ้า พระองค์เป็นความสำเร็จบริบูรณ์ ตามคำ สัญญาของพระเจ้าที่จะดูแลป้องกันรักษาเราผู้เป็นประชากรของพระองค์ เราเป็นเหมือนลูกแกะที่หายไป แต่พระเยซูเป็นชุมพาบาลใจดี ที่ ตามหาเราจนพบ และจะไม่มีอะไรที่จะแยกเรากับพระองค์ได้อีกเลย มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหนจะรวยหรือจน คนศรัทธาหรือ คนบาป ล้วนมีความสำคัญต่อหน้าพระเจ้าเสมอ เพราะตั้งแต่การเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูนั้น พระเป็นเจ้าพระบิดา ทรงเห็นพระฉายา ลักษณ์ของพระบุตรในมนุษย์ทุกคน เราก็เช่นเดียวกัน เราต้องรักซึ่งกันและกันเหมือนอย่างที่เรารักพระเจ้า มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าคนเหล่านั้น จะเป็นคนยากจน คนต่างชาติ หรือคนที่วางตัวเป็นศัตรูกับเรา"เขาจะรักพระเจ้าที่เขามองไม่เห็นได้อย่างไร ถ้าเขาไม่รักพี่น้องที่มองเห็นได้" นี่แหละเป็นพระดำรัสที่พระเยซูประทานแก่เรา คนที่รักพระเจ้าต้องรักพี่น้องของตนด้วย | ||
| ||
| ลักษณะภายนอกของซานตาคลอสที่ถูกสมมติขึ้นนี้ เหมือนกับจะลอกเลียนแบบมาจาก Thor ซึ่งเป็น เทพเจ้า ในนิยายโบราณของเยอรมัน และ ลอกเลียนแบบนักบุญนิโคลาส ที่นำของขวัญมาแจกเด็กๆ อันที่จริง ซานตาคลอส เป็นรูปแบบที่น่ารัก เหมาะสำหรับเป็นนิยายให้เด็กๆ เชื่อ แต่ อาจจะทำให้คน ทั่วไปหันมาสนใจ ให้ความสำคัญในตัวนิยายนี้ แทนการบังเกิดของพระ เยซู ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ของเทศกาลคริสต์มาสนี้ | ||
|
วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ฟังเพลงแก้เคลียดกัน
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สุดยอด โปรแกรมแปลภาษาจาก Microsoft
. Arabic
· Chinese (Simplified & Traditional)
· Dutch
· French
· German
· Italian
· Japanese
· Korean
· Polish
· Portuguese
· Russian
· Spanish
เป็นต้น และเราเลือกสีได้ 10 สี ตามต้องการ ครับ
ถ้าเราต้องการให้เว็บ บล็ฺอก ของเราเป็นภาษาอะไรก็เพียง เลือกภาษาตามที่เราต้องการซึ่งจะปรากฏอยู่ข้างบนให้เราเลือกได้ครับ
นี้ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ไม่แพ้เครื่องมือแปลของ google เลย หลังจากนั้นก็เข้าไปที่
กรอกเว็บ บล็อก ของเราลงไปใน : Site address
และเลือกภาษา เลือก สี ตามต้องการ: เช่น ภาษาไทย , สีเหลือง เป็นต้น
แล้วเราก็จะไ้ด้โค๊ตตามตัวอย่าง ดังนี้
แล้วไปวางที่บล็อกของเราได้เลย วางไว้ที่ขอบด้านขวาหรือซ้ายมือก็ได้ แล้วเครื่องมือแปลก็จะปรากฏอยู่ที่หัวบนสุด แล้วเลือกภาษาที่จะแปลบล๊อกหรือเว็บเราได้เลยครับ
ลองไปใช้ดูนะครับ
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Cyber Monday 2009
วันนี้ก็เข้าสู่ Cyber Monday ที่ 3 แล้วนะครับ ก็ขอให้สินค้าทุกตัวที่ทำโฆษณาอยู่ ยังขายและทำกำไรได้เรื่อยๆนะครับ
สำหรับในปี 2009 นี้ จำนวนคนซื้อสินค้าและยอดขายโดยรวมของสินค้า
ออนไลน์ก็ดีขึ้นกว่าปี 2008 มากพอสมควรครับ โดยเรามาดูสถิติที่น่าสนใจในช่วง Black Friday และ Cyber Monday ของปี 2009 กันเลยดีกว่าครับ
1. ราคาเฉลี่ยในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ต่อคนในวัน Black Friday ปี 2009 คือ คนละ $179.19 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ $126.04 อยู่ 35% (ข้อมูลจาก Coremetrics)
2. คนสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในวัน Black Friday เฉลี่ยแล้วประมาณ 5.4 ชิ้นต่อคน เพิ่มขึ้นจาก 4.56 ชิ้นต่อคนในปี 2008 คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ก็คือ สั่งซื้อเพิ่มขึ้นมาอีก 18% (ข้อมูลจาก Coremetrics)
3. กลุ่มสินค้าปลีกที่ขายออนไลน์ได้มากที่สุดคือ Apparel and Jewelry โดยเม็ดเงินที่ใช้จับจ่ายซื้อสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 25% (ข้อมูลจาก Coremetrics)
4. เว็บไซต์ขายปลีกที่มีคนเข้ามาดูสินค้ามากที่สุดในวัน Cyber Monday คือ Amazon โดยมียอดคนเข้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 44% จากปีที่แล้ว คิดเป็น 15.53% ของคนที่เข้าเว็บไซต์ขายปลีกทั้งหมด โดยที่สองและสามเป็นของ Walmart และ Target ตามลำดับ (ข้อมูลจาก HitWise)

5. สินค้าที่ขายดีที่สุดในเว็บไซต์ Amazon คือ Wireless Kindle e-Reader โดยนาย Craig Berman โฆษกของ Amazon บอกว่า เดือนพฤศจิกายนปีนี้เป็นเดือนที่มียอดขาย Kindle สูงที่สุด ตั้งแต่เริ่มขาย Kindle มาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว
6. คนอเมริกันจำนวน 96.5 ล้านคน วางแผนว่าจะซื้อสินค้าออนไลน์ในวันจันทร์ ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วที่มีเพียง 85 ล้านคนเท่านั้น (ข้อมูลจาก National Retail Federation)
7. ในวัน Cyber Monday มีคนเข้าไปแวะเวียนดูตามเว็บไซต์ขายของต่างๆ โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 4.6 ล้านคนต่อนาที ซึ่งในช่วงเวลาบ่ายๆ มีคนเข้าสูงสุดถึง 7.6 ล้านคนต่อนาทีเลยทีเดียวครับ (ข้อมูลจาก Akamai)

จากข้อมูลต่างๆ ที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ก็จะสรุปได้ในช่วงเวลานี้และ
อีกหลายปีข้างหน้า ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไร แต่ยอดขายสินค้า
ออนไลน์ก็ยังคงมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ และเราซึ่งเป็นนักการตลาด
ออนไลน์ ก็ควรจะวางแผนทำโฆษณา เพื่อรองรับอัตราการเติบโตนี้ให้ทัน
โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ของทุกปีที่คนจะเข้ามาซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุดครับ
ขอให้มีความสุขนะครับ
ตราวุทธิ์
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552
มุมมองการขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร
สำหรับการขายสินค้าออนไลน์นั้น สำหรับในปัจจุบันนี้ไม่เหมือนเมื่อประมาณ 3 ปีหลังไปโน้นนะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ขายสินค้าค่อนข้างยากกว่าแต่ก่อนมากพอสมควร เพราะทุกวันนี้มีคนหันมาโฆษณาสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทุกวัน และเลิกไปก็มากเช่นเดียวกัน แต่ที่ยังทำอยู่ก็ยังมีมากขึ้นเรื่อยๆอยู่ และการแข่งขันขายสินค้าออนไลน์ก็ย่อมดุเดือดมากขึ้นมากเช่นกัน และการที่เราจะขายอะไรนั้นเราต้องสำรวจความต้องการของตลาดก่อนนะครับว่า
- ตลาดมีความต้องการมากน้อยแค่ไหนเพียงไร
- สินค้่าที่จะเสนอขายเป็นอย่างไร มีอะไรน่าสนใจบ้าง
- มีส่งฟรีไหม มีส่วนลดไหม ราคาถูกหรือแพงกว่าคู่แข่ง
- ถ้าถูกๆกว่าเพราะอะไร แพงๆกว่าเพราะอะไร
- สำรวจคู่แข่ง ต้องรู้คู่แข่งที่เขาขายสินค้าเหมือนเราหรือใกล้เคียงกับเรา ว่าเขามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
- เพื่อที่เราจะได้เอาชนะคู่แข่ง เพื่อดึงลูกค้ามาซื้อสินค้ากับเราครับ ดังที่ว่า " รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง"
- รูปแบบการเสนอขายเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะดึงคนให้มาเข้าเว็บเราเยอะ หรือซื้อสินค้าของเราเยอะๆ
- และอื่นๆอีกมากมายครับ
ฉะนั้นการที่จะขายสินค้าต้องวางแผนให้รอบคอบก่อนทุกครั้ง ก่อนที่เราจะขายสินค้า และไม่ควรที่จะใจร้อนเกินไป และตั้งเป้าหมาย ประเมินผล อาจจะรายวัน รายเดือน หรือรายปี ก็สรูปอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะรูปแบบการทำ ppc ก็จะทำให้เรารู้ว่า สินค้าที่เรานำเสนอไปนั้นทำกำไรให้เราวันไหน ช่วงไหนเดือนไหน เวลาอะไร
เพื่อที่เราจะได้บันทึกรายละเอียดต่างๆไว้ ในการทำโฆษณาขายสินค้าในปีต่อไปครับ
โดยเฉพาะช่วงปลายปีถือว่าเป็นช่วงที่นักธุรกิจออนไลน์ทำเงินได้มากที่สุดและขายได้มากที่สุดในเดือน ตุลา - ธันวา เพราะในช่วงนี้จะมีเทศกาลต่างๆมากและมีการลดสินค้ามากด้วยนะครับ
โชคดีทุกคนครับ
วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เดือน เวลา ที่ทำเงินให้กับเรามากที่สุด ?
สำหรับในทาง ยุโรปนั้นช่วงปลายปี หรือประมาณ ตุลา ถึง ธันวา เป็นช่วงที่ทำเงินให้กับนักธุรกิจออนไลน์มากที่สุดครับ ในรอบปี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการขายสินค้าตั้งแต่ ต้นเดือน ตุลากันเลยทีเีดียว เพื่อเป็นการทดสอบดูสินค้าว่าตัวไหนขายได้บ้างไม่ไ้ด้บ้าง อาจจะใช้เวลานานหน่อยในการทดสอบสินค้าบางตัว ถ้าเราทดสอบดีแล้วพอถึงเดือนทีึ่ต้องทำเงินจริงๆเราก็ไม่ต้องทดสอบสินค้าเหล่านั้นอีกแล้ว เพราะเราได้ผ่านการทดสอบมาแล้วและรู้แล้วว่าตัวไหนทำกำไรบ้าง ถูกไหมครับ
ส่วนช่วงเวลาที่ทำเงินให้กับเรามากที่สุดเท่าที่ผมขายได้จะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 11-15.00 น. ตามเวลาในประเทศทางฝังยุโรปหรืออเมริกา ถ้าเป็นประเทศทาง อังกฤษ เยอรมัีน ฝรั่งเศษ ก็จะประมาณนี้ครับเป็นช่วงเวลาที่ขายได้ดีทีีสุด แล้วถ้าเป็นที่บ้านเราก็ตรงกับเวลาประมาณ 18-24.00น. ซึ่งที่บ้านเราจะเร็วกว่าประมาณ 6 ชั่วโมง หวังว่าคงได้้ช่วงเวลาที่ทำเงินแล้วนะครับ
ส่วนช่วงเดือนที่ขายดีอันดับ 2 คือ เดือน พฤศจิกายน อันดับหนึ่งคือเดือน ธันวาคม เป็นช่วงที่เราต้องโกยเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อไปวางแผนในการทำโฆษณาสู้กันต่อไปในปีหน้า และวันที่ผมพิมพ์อยู่นี้ก็เป็นเดือนธันวาคม ใครที่มีงบไม่มากก็พยายามทำให้โฆษณาของเราแสดงได้ตลอดทั้งเดือนไม่ต้องไปลงมากก็ได้เดี๋ยวเงินหมดจะหาว่าไม่เตือนนะครับ เดี๋ยวจะโฆษณาไม่ได้
อีกอย่างที่จะต้องระวังสำหรับคนที่ทำ ppc ก็คืออย่าให้ google adwords หรือ msn, yahoo, แบนนะครับ
ไม่ใช่้ว่าทำไปได้สักพักกำลังได้กำไรอย่างต่อเนื่องอยู่เลย แล้วโดนแบนมา แล้วมาแบนช่วงที่ขายของได้มากๆอย่างนี้ หมดกันเลยนะครับ เ้พราะว่าสมัครใหม่ก็ยากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นต้องระวังให้ดีและโกยกำไรกันอย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายปีนี้นะครับ
ขอให้ทุกคนจงประสบความสำเร็จนะครับ
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
"คริสต์มาส" คือ อะไร?

"คริสต์มาส" คือ อะไร?
วันคริสต์มาส คือ การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุด ของชาวคริสต์ทั่วโลกเป็นวันฉลอง ที่มีความสำคัญ และมีความหมายมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะชาวคริสต์ถือว่า พระเยซู มิใช่เป็น แต่เพียงมนุษย์ ธรรดาๆ ที่มาเกิดเหมือนเด็กทั่วไป แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด และมี พระธรรมชาติเป็น พระเจ้า และเป็นมนุษย์ในพระองค์เอง การบังเกิดของพระองค์ จึงเป็นเหตุการณ์ พิเศษ ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน
ประวัติการประสูติพระเยซูเจ้า
ในเวลานั้น จักรพรรดิออกัสตัส รับสั่งให้ราษฎรทุกคน ในอาณาจักรโรมัน ไปลงทะเบียนสำมะโน ประชากร โยเซฟและมารีย์ ซึ่งมีครรภ์แก่ จึงต้องเดินทาง ไปยังเมืองเบธเลเฮม อันเป็นเมืองที่ กษัตริย์ ดาวิดประสูติ พอดีถึงกำหนด ที่มารีย์จะคลอดบุตร เธอก็ได้ คลอดบุตรชายหัวปี เธอเอาผ้าพันกาย พระกุมารแล้ว วางไว้ใน รางหญ้า เนื่องจากตามโรงแรมไม่มีที่พักเลย คืนนั้น ทูตสวรรค์ของ พระเจ้า ปรากฎแก่ พวกเลี้ยงแกะ พวกเขาตกใจกลัวมาก แต่ทูตสวรรค์ปลอบ พวกเขาว่า "อย่ากลัวไปเลย เพราะ เรานำข่าวดีมาบอก คืนนี้เอง ในเมืองของ กษัตริย์ ดาวิด มีพระผู้ช่วยให้รอดประสูติ พระองค์นั้นเป็น พระคริสต์พระเป็นเจ้า นี่จะเป็น หลักฐานให้พวกท่านแน่ใจคือ พวกท่านจะพบพระกุมาร มีผ้าพันกาย นอนอยู่ในรางหญ้า" ทันใดนั้น มีทูตสวรรค์อีกมากมาย ร้องเพลง สรรเสริญ พระเจ้าว่า " Gloria in Excelsis Deo ขอเทิด พระเกียรติพระเจ้า ผู้สถิตย์ในสวรรค์ ชั้นสูงสุด สันติสุขบนพิภพ จงเป็นของผู้ที่พระองค์ทรง พอพระทัย
ทำไมจึงฉลองคริสต์มาสวันที่ 25 ธันวาคม?
ามหลักฐานในพระคัมภีร์ (ลก.2:1-3) บันทึกไว้ว่าพระเยซูเจ้าบังเกิด ในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ออกัสตัส ให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้ง แผ่นดิน โดยมีคีรินิอัส เป็นเจ้าครองเมืองซีเรีย ซึ่งในพระคัมภีร์ ไม่ได้ บอกว่า เป็นวัน หรือเดือนอะไร แต่นักประวัติศาสตร์ให้เหตุผลว่า ทื่คริสตชน เลือกเอาวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลองคริสต์มาส ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 4 เป็นต้นมา เนื่องจาก ในปี ค.ศ. 274 จักรพรรดิเอาเรเลียน ได้กำหนดให้วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลอง วันเกิดของสุริยเทพ ผู้ทรงพลัง ชาวโรมันฉลองวันนี้อย่างสง่า และถือเสมือนว่า เป็นวันฉลอง ของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะพระจักรพรรดิ ก็เปรียบเสมือน ดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ คริสตชนที่อยู่ในจักรวรรดิ โรมันรู้สึกอึดอัดใจที่จะฉลอง วันเกิดของสุริยเทพ ตามประเพณีของ ชาวโรมัน จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 330 จึงเริ่มมีการฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ และ อย่างเปิดเผย เนื่อง จากก่อนนั้น มีการเบียดเบียนศาสนาอย่างรุนแรง (ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 64-313) ทำให้คริสตชนไม่มีโอกาสฉลองอะไรอย่างเปิดเผย
ความสำคัญของวันคริสต์มาส
คริสต์มาส เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่ง ในศาสนาคริสต์ มิใช่เป็นวันสำคัญฝ่ายร่างกาย จัดงาน รื่นเริงภายนอกเท่านั้น ซึ่งเป็นแต่เพียงเปลือกนอก ของการฉลองคริสต์มาส แต่แก่นแท้อยู่ที่ ความรัก ของพระเจ้าที่ มีต่อโลกมนุษย์ นั่นคือ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ มากจน ถึงกับยอมส่งพระบุตรแต่องค์เดียว ของพระองค์ ให้มาเกิดเป็น มนุษย์ มีเนื้อหนังมังสา ชื่อว่า "เยซู" การที่พระเจ้าได้ถ่อมองค์และเกียรติ ลงมาเกิด เป็นมนุษย์ เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น จากการเป็นทาส ของความชั่ว และบาปต่างๆ นั่นเอง ดังนั้น ความสำคัญของวันคริสต์มาส จึงอยู่ที่การฉลองความรัก ที่พระเจ้ามีต่อโลกมนุษย์ อย่างเป็นจริง เป็นจัง และเห็นตัวตนในพระเยซูคริสต์ ที่มาเกิดเป็นมนุษย์ มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น
การร้องเพลงคริสต์มาส
เพลงคริสต์มาสที่เรานิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศอังกฤษเป็น ส่วนใหญ่ เพลงที่มีเสียงมากได้แก่ Silent Night, Holy Night เป็นภาษาไทยว่า "ราตรีสวัสดิ์ ราตรีสกัด" ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวัน คริสต์มาส ของปี ค.ศ. 1818 คุณพ่อ Joseph Mohr เจ้าอากาสวัดที่Oberndorf ประเทศออสเตรเลีย ได้ข่าวว่าออร์แกน ในวัดเสีย ทำให้วงขับไม่สามารถ ร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ คุณพ่อเองตั้งใจจะแต่งเพลงคริสต์มาส หลังจากแต่งเสร็จก็เอาไปให้เพื่อน คนหนึ่งชื่อ Franz Gruber ที่อยู่หมู่บ้านใกล้ เคียงใส่ทำนองในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษ วัดใกล้ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้ง แรก โดยการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็น เพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก
เทียนและพวงมาลัย
ในสมัยก่อนมีกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในเยอรมัน ได้เอากิ่งไม้มาประกอบ เป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้นในตอน กลางคืนของวันอาทิตย์ แรกของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะมารวมกัน ดับไฟ แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง สวด ภาวนาและร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน เขาจะทำดังนี้ทุก อาทิตย์จนครบ 4 อาทิตย์ก่อน คริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยม และแพร่หลายในที่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งต่อมา มีการเพิ่ม โดยเอาพวงมาลัยพร้อมกับเทียนที่จุดไว้ตรง กลาง 1 เล่มไป แขวนไว้ที่หน้าต่างเพื่อช่วย ให้คนที่ผ่าน ไปมา ได้ระลึกถึงการเตรียมตัวรับวันคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา และพวงมาลัยนั้นยังเป็น สัญลักษณ์ที่คน สมัยโบราณใช้หมายถึงชัยชนะ แต่ในที่นี้หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และทำให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ ของพระเป็นเจ้า
ทำมิสซาเที่ยงคืน
เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัสที่1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) แล้วในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม ยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็น เวลาเที่ยงคืน พระสัน ตะปาปาก็ทรงถวายบูชา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และ สัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อ สัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระ สันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติ ของพระองค์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมี ธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาสเช่นเดียวกัน
ซานตาครอส
ตัว จริงของซานตาครอสคือนักบุญนิโคลัสซึ่งเป็นบาทหลวงในตุรกีช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่สี่ ผู้ขึ้นชื่อในเรื่องความใจดีโดยเฉพาะกับเด็กๆ ต่อมาท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วฮอลแลนด์ในชื่อ "ซินเตอร์คลาส" ราวค.ศ.1870 ชาวอเมริกันเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น"ซานตาคลอส" ตั้งแต่แรกจนถึงค.ศ. 1890 ภาพของซานตาคลอสเป็นชายร่างผอมสูงสวมชุดสีเขียว หรือน้ำตาลสลับแดง เจนนี ไนสตรอม ศิลปินชาวสวีเดน เป็นผู้คิดค้นรูปลักษณ์ของซานตาครอสอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน โดยวาดภาพลงในบัตรอวยพรคริสต์มาส ภาพเหล่านี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เมื่อชาวสวีเดนอีกคนชื่อ แฮดดอน ซันด์บลอม นำภาพวาดของไนสตรอมสวมชุดขาว

ที่มา http://www.thainewyork.com/find-420.html
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จกับ ppc ?
อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับอีเมลสอบถามเกี่ยวกับ ทำอย่างไรดีถึงจะประสพความสำเร็จและสร้างรายได้จากเดิม 2-3 เท่าในแต่ละปี ซึ่งคำตอบของผมสั้นๆ ก็คือ ทำทุกอย่างเท่าที่คุณจะทำได้เพื่อช่วยให้คุณประสพความสำเร็จและก้าวสู่เส้นทางของความสำเร็จทุกวันครับ
ฟัง ดูง่าย แต่เวลาทำจริงๆ แล้วหลายคนคิดไม่ออก หรือว่ามองไม่เห็นภาพรวมว่าควรทำอย่างไร ซึ่งวันนี้ผมจะขอนำเสนอวิธีคิดและแนวทางที่คุณควรนำไปใช้ เพื่อให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จใกล้ขึ้นทุกๆ วัน ดังต่อไปนี้ครับ
1. มองการณ์ไกลให้มากขึ้น - หลายคนมีวิสัยทัศน์ที่แคบเกินไป ตัวอย่างเช่น เริ่มโฆษณาและก้าวสู่ธุรกิจนี้ได้ไม่ถึง 3 เดือน โฆษณาแคมเปญสินค้าต่างๆ มากถึง 5 แคมเปญ คิดคีย์เวิร์ดนับร้อยๆ แต่ไม่สามารถทำกำไรได้เลย จึงล้มเลิกไปในที่สุด...คุ้นๆ หรือไม่ครับ??? ผม เองก็เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน แต่พอเปลี่ยนมุมมองใหม่ มองให้ไกลขึ้นทำให้ชีวิตดีขึ้น และทำให้เห็นโอกาสมากขึ้น เช่น ลองมองภาพรวม ว่า ในแต่ละปีคุณจะสร้างแคมเปญโฆษณาเท่าไร มีเป้าหมายว่าจะทำกำไรจากแคมเปญโฆษณาเท่าไร มีแผนงานใน 1 ปีที่จะช่วยสร้างผลกำไรมากกว่าเดิม 2-3 เท่าอย่างไร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณพัฒนาความคิด และมองเห็นโอกาสมากขึ้น...คำถามเศรษฐีเงินล้านครับ.... คุณจะทำกำไรมากเป็น 2-3 เท่าจากแคมเปญโฆษณาที่คุณโฆษณาอยู่ภายใน 1 ปีได้อย่างไร??? ถ้าคุณตอบคำถามนี้ได้ คุณจะเห็นเงินล้านอย่างแน่นอนครับ!
2. มุ่งมั่นใส่ใจกับ Winning Rate, Average Return และ Maximum Loss - จากประสพการณ์ที่ผ่านมาของผม พบว่า ค่าสถิติทั้งสามตัวคือ Winning Rate, Average Return และ Maximum Loss มี ความสำคัญมาก ค่าเหล่านี้บ่งบอกถึงความสำเร็จของคุณได้อย่างชัดเจน และช่วยให้คุณเห็นจุดที่ควรจะพัฒนา โดยผมมีคำนิยามดังต่อไปนี้ครับ
- Winning Rate คือ อัตราความสำเร็จของแคมเปญโฆษณาที่ทำกำไรให้กับคุณ เช่น คุณโฆษณาทั้งหมด 100 แคมเปญใน Google AdWords ปรากฏว่ามีจำนวน 40 แคมเปญโฆษณาที่ทำกำไรได้ และให้ผลตอบแทนมากกว่า 0% ดังนั้นค่า Winning Rate ของคุณจะเท่ากับ 40%
- Average Return คือ อัตราค่าเฉลี่ยของแคมเปญโฆษณาที่คุณโฆษณาและทำกำไรได้ เช่น จาก 40 แคมเปญโฆษณาทั้งหมด ปรากฏว่า แต่ละแคมเปญโฆษณาให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน บางแคมเปญโฆษณาให้มากถึง 50% บางแคมเปญโฆษณาให้เพียง 20% แต่โดยเฉลี่ยแล้ว สามารถคำนวณได้ว่า ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยเท่ากับ ผลรวมของผลตอบแทนทั้งหมดหารด้วยจำนวนแคมเปญ
- Maximum Loss คือ จำนวนเงินที่มากที่สุด คุณโฆษณาและเสียไปให้กับ PPC Search Engine ทั้งหมด เช่น คุณโฆษณา 3 แคมเปญ ผลปรากฏว่าทั้งสามแคมเปญโฆษณาขาดทุนย่อยยับ โดยแคมเปญแรก คุณเสียเงินไปทั้งหมด $2,000 แคมเปญที่สอง คุณเสียไปอีก $1,800 และแคมเปญที่สาม คุณเสียเงินเท่ากับ $4,500 แสดงให้เห็นว่า Maximum Loss ของคุณเท่ากับ $4,500 เป็นต้น
สรุป ถ้าคุณต้องการพัฒนาและประสพผลสำเร็จ คุณควรเพิ่มค่า Winning Rate และ Average Return ในขณะที่คุณต้องพยายามลดค่า Maximum Loss
3. ถามตัวคุณเองดูว่า คุณได้ทำทุกอย่างแล้วจริงๆ หรือ? - อย่าง ที่ผมบอกไปในตอนต้น ก่อนที่คุณจะล้มเลิก ให้คุณลองย้อนคิด และถามตัวเองว่า คุณได้ทำทุกอย่างแล้วจริงๆ หรือยัง เพื่อช่วยให้คุณประสพความสำเร็จ! ผมมีข้อแก้ตัว หรือข้อที่คุณอาจจะนำไปปรับปรุงได้ดังต่อไปนี้
- ไม่มีเงินในการทำธุรกิจ
- ภาษาอังกฤษอ่อนแอ
- ไม่มีเวลาให้ เพราะว่างานประจำยุ่งมาก
- ไม่รู้ว่าควรจะโฆษณาสินค้าอะไรดี
- ไม่แน่ใจว่าจะใช้คีย์เวิร์ดแบบไหน
- ไม่รู้ว่าจะค้นหาคีย์เวิร์ดทำกำไรได้อย่างไร
- และเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย
จากเหตุผลดังกล่าว ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องการประสพความสำเร็จ คุณควรถามตัวเองใหม่ ดังต่อไปนี้
- จะหาเงินจำนวน x เพื่อใช้ลงทุนในธุรกิจได้อย่างไร?
- จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเราเองได้อย่างไร?
- จะแบ่งเวลาอย่างไรให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด
- จะเริ่มต้นค้นหาสินค้าจากไหนดี และอย่างไรดี?
- จะหาข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลคีย์เวิร์ดอย่างไรให้ได้กำไรจากแหล่งใดดี?
- จะเริ่มต้นทดสอบประมูลคีย์เวิร์ด เพื่อหาคีย์เวิร์ดเงินล้านได้อย่างไร?
สุดท้ายที่คุณต้อง ทำก็คือ ตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจน และทำให้คุณแน่ใจว่าคุณได้ทำทุกอย่างแล้วจริงๆ ผมไม่เชื่อว่า คุณจะไม่สามารถประสพความสำเร็จได้ ผมเชื่อและตระหนักดีว่า เรา สามารถประสพความสำเร็จและทำกำไรมากกว่าที่ผมทำ อยู่ได้อย่างแน่นอน เพียงคุณอย่ายอมแพ้ คุณก็สามารถทำอะไรที่คุณต้องการได้อย่างแน่นอนครับ
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
zTopAffiliateMarketer
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เทคนิคการ Bid เพื่อทำกำไร
การขายสินค้านั้นนะครับเราก็ต้องคำนวนค่าของ แมคบิดก่อน หรือ แมค cpc ก่่อนใช่ไหมครับว่าเราจะต้องจ่ายจริงประมาณเท่าไร เมื่อเราขายสินค้าได้ เราจะมีรายได้เท่าไรเราจึงจะทำกำไรได้ แต่ว่าเมื่อเ้รานำไปลงโฆษณาแล้วเราก็ใช่ว่าจะจ่ายจริงดังที่เราคำนวนไว้ไม่ บางทีเราบิดกันที่ $1 เราอาจจะจ่ายจริงแค่่ $0.5 หรือ $0.3 ก็ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโฆษณาของเรา รวมทั้ง Quality score และภาพรวมของ account ของเราด้วยครับ ไม่ว่าจะใน google adwords, yahoo, msn ก็แล้วแต่ เวลาเราจ่ายจริงมักจะไม่ถึง กับค่าบิดที่เราตั้งไว้
เอาละครับทีนี้เราจะตั้งค่าบิดยังไงถึงจะไม่ทำให้ขาดทุน การบิดนั้นเราต้องตั้งค่าบิดไว้ให้ต่ำๆก่อนนะครับ เริ่มจากการบิดที่ ประมาณ $0.3 - $0.5 ถ้าสินค้านั้นมีราคาประมาณ $100 ขึ้นไป จะแพงแค่ไหนก็ตามผมก็จะเริ่มต้นบิดอยู่ที่ประมาณนี้ แต่เราก็ต้องใจเย็นๆด้วยนะครับไม่ต้องใจร้อนค่อยๆเพิ่มค่าบิดทีละ $0.3 - $ 0.1 ทุกชั่วโมงจนกว่าจะแสดง เผื่อจะขึ้นแสดงนี้ก็อาจจะใช้เวลาหลายวันก็ได้ หรือบางทีอาจจะวันสองวันก็ขึ้นแสดงแล้ว บางคนอาจบอกว่าไม่ทันใจ เพิ่มสูงๆเลยได้ไหมก็ได้เหมือนกัน แล้วแต่คน ส่วนผมนั้นจะบิดเริ่มต้นประมาณนี้ครับ เพื่อที่จะดูลาดราวก่อน ว่าถ้าเราบิดอยู่ในต่ำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว และมี click เข้ามา มี imp เข้ามาแล้วเราจะขายไ้ด้ไหม วันหนึ่่งควรที่จะให้มีคลิก ประมาณ 2-5 click ต่อวันเพื่อถ้าเราบิดจนมีคลิกอยู่ประมาณนี้แล้วเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้่องเพิ่มบิดอีก บางสินค้าอาจจะใช้เวลาหลายวันเพื่อที่จะดูว่าขายได้หรือเปล่า หรือวัดกันที่ 20-30 click ถ้าขายได้ก็ลุยต่อ ควรที่จะติด conversions tracking ID ตามไปด้วยนะครับ นับตั้งแต่วันแรกที่มีคลิกเลย จะทำให้เราได้รู้ว่าตัวไหนทำเงินกันแน่ ถ้ายังขายได้กเป็นครั้งที่หนึ่ง และครั้งที่สอง ก็ให้แยก adgroup แยก keywords เสีย เอาตัวที่มี click มียอดขายแยกออกไป ทำ adgroup ต่างหาก แยกเวลาออก และแยก พื้นที่ ทำโฆษณาออกด้วย เช่น
เรามี 6 adgroup เราก็แยก
adgroup-1
adgroup-2
adgroup-3
adgroup-4
adgroup-5
adgroup-6
แล้วแยกเวลา เช่น
adgroup-1 12-15 น.
adgroup-2 15-18 น.
adgroup-3 18-21 น.
adgroup-4 21-24 น.
adgroup-5 24-03 น.
adgroup-6 03-06 น.
ดังนี้เป็นต้นนะครับ
และการบิดนั้นเราสามารถบิดให้สูงกว่าปกติได้ครับเนื่องจากว่าเรารู้แล้วและคำนวนแล้วว่า kewords ไหนทำเงินให้กับเรา
ขั้นนี้ก็เท่ากับว่า เราทำสอบอีกขั้นหนึ่ง เพื่อให้เราได้รู้ว่า adgroup ไหน และ ช่วงเวลาไหนที่ทำเงินกันแน่ แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน อาจจะใช้เวลานานหน่อย หรือประมาณ 2-3 อาทิตย์ แล้วมาตัดสินอีกทีหนึ่งว่า ตัวไหนที่ทำกำไร ตัวไหนทีขาดทุน และตัวไหนที่ควรทำต่อบ้าง มีรัฐไหนทำกำไร รัฐไหนขาดทุน ให้แยกให้รู้เรื่องไปเลย
ครับเพราะฉะนั้นเทคนิคการบิดเราไม่จำเป็นเลยที่จะต้่องแสดงตลอดเวลา อาจจะแอบแฝงอยู่ก็ได้ถ้าเรามีงบน้อยกว่าเขา เช่นมีคู่แข่งที่มี url เดียวกัน ถ้าเขาบิดที่ $1 เราบิดที่ $0.8 ของเราก็จะไม่แสดง แต่แท้ที่จริงแล้วถ้าเขาเพิ่งทำโฆษณาโดยที่ยังไม่ยึดพื้นที่แบบเด็ดขาดไปเลยเราก็ยังมีโอกาสแสดงบ้าง เช่น google อาจแสดงว่า โฆษณาของคุณไม่แสดง เนื่องจากมี url ที่เหมือนกัน แต่แท้ที่จริงแล้วของเราก็แสดงอยู่ แต่แสดงน้อยกว่าคนที่บิดสูงกว่าเท่านั้นเอง นี้แหละครับคือการแสดงแบบแอบแฝงแสดงไม่ต้องเสนอหน้าแบบเต็มตัวไงครับ
เช่น มีคนค้นหา 100 คนใช่ไหมครับ คนที่บิดสูงกว่าก็จะแสดง ประมาณ 70 คน ของเราแสดง 30 คน อย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเราก็ยังมีโอกาสแสดงด้วยเหมือนกัน และมีโอกาสมีคลิกด้วย และคนที่บิดต่ำกว่าสามารถเลือกตำแหน่งได้ด้วยนะครับ ผมก็มักจะบิดให้แสดงอยู่อันดับประมาณที่ 2-3 เพราะจะทำให้ขายได้ง่ายกว่าอันดับหนึ่ง ถึงจะมี imp และ click น้อยกว่าก็ตาม
เพราะฉะนั้นเราจึงควรบิดให้ใกล้เคียงกับผู้ที่เป็นเจ้าถิ่นไม่ควรที่จะให้ห่างกันมากนักจะทำให้เราได้ส่่วนแบ่งในการแสดงบ้าง นี้เป็นเทคนิคการบิดแบบเริ่มต้นนะครับ เพื่อให้รู้ว่าคีร์เวิร์ดตัวไหนทำำกำไรถ้าเรารู้และแยก adgroup แล้วเราก็สู้ได้เต็มที่เลยไม่ต้องแออบแฝงครับ
ยังไงก็ขอให้โชคดีนะครับ ติดตามต่อฉบับหน้า
วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
กูรูชี้7กลยุทธ์บุกออนไลน์ นักการตลาดต้องเข้าถึง
นางสาวอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน กำลังมีรูปแบบการเข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะเว็บไซด์ในรูปแบบอินเทอร์แอกทีฟ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค ขณะเดียวกันในส่วนของงบการซื้อสื่อโฆษณาของลูกค้า ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถยืนยันตัวเลขการใช้สื่อทางดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งได้
เพราะเป็นงบที่แฝงอยู่กับการใช้สื่อหลักของลูกค้า แต่การหันมาใช้สื่อออนไลน์ในปีนี้สูงขึ้นมาก โดยจากตัวเลขรวมการใช้สื่อโฆษณาปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 90,000 ล้านบาท ปีนี้ตัวเลขการใช้สื่อออนไลน์ 1,800 ล้านบาท คิดเป็น 2% คาดว่าเติบโต 20%
สำหรับธอมัสไอเดีย หลังจากที่หันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์ พบว่า รายได้ที่มาจากงบการใช้สื่อออนไลน์ของลูกค้ามีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 50% เทียบกับรายได้รวมทั้งหมด จากปีก่อนที่มี 30% คาดปีนี้ยอดรายได้จากสื่อออนไลน์ของบริษัท เติบโต 10-20% ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้บริษัท มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 20%
ปีนี้บริษัทฯสามารถคว้า 23รางวัลจากทั่วโลกในผลงานด้านอินเทอร์แอกทีฟ ส่งผลให้บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปเปิดสาขาในต่างประเทศต่อไป โดยในระยะ 1-2 ปีนี้ จะเข้าไปเปิดสาขาที่สิงคโปร์ ส่วนสำคัญ คือ ต้องการได้ลูกค้าระดับอินเตอร์แบรนด์ ที่มีรีจีนอล ฮับ ในสิงคโปร์ ซึ่งมีอยู่หลายแบรนด์ จากปัจจุบัน ลูกค้าหลักที่ใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น คือ ลูกค้าในประเทศกว่า 50% และอินเตอร์แบรนด์อีก 50%
กลุ่มสินค้าและบริการ ที่หันมาใช้สื่อออนไลน์สูงขึ้นนั้น ได้แก่ คอนซูเมอร์โปรดักส์ กลุ่มอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ไอที และกลุ่มMICE ตามลำดับ โดยในปีหน้าเชื่อว่าภาพรวมการใช้สื่อออนไลน์ จะยังมีสัดส่วนที่ 2% ของภาพรวมการใช้สื่อทั้งหมด ส่วนในแง่อัตราการเติบโตนั้น เชื่อว่าจะใกล้เคียงกับในปีนี้ คือ ที่ประมาณ 20%
ในปี 2553 มี 7กลยุทธ์ออนไลน์ที่นักการตลาดต้องเตรียมรับมือ คือ 1.โซเชียลมีเดีย Social Media ถือเป็นช่องทางสำคัญในสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ดีที่สุด โดยเฉพาะ Facebook, Twitter และBlog มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูงมาก แต่ควบคุมได้ยาก การวางกลยุทธ์ที่จะใช้สื่อนี้ต้องมีระบบการรองรับที่ดี
2. แบรนด์จะให้ความสำคัญในการสร้าง Customer Experience และ Customer Engagement กับผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งแคมเปญนี้ควรใช้เวลาไม่เกิน3-6นาทีเพื่อจะดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจมาก สที่สุด 3.การวัดผลความสำเร็จของแคมเปญ
(ROI)จะชัดเจนและสนับสนุนการวางกลยุทธ์ของนักการตลาด 4.ยุคใหม่ทีท้าทายของ Mobile Internet และ Moblie Marketing กับ 3G ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะส่งผลให้สื่อออนไลน์จะออกมาเป็นรูปแบบวิดีโอมากขึ้น
5.ฐานข้อมุลลูกค้าสัมพันธ์ CRM เป็นสื่งที่ช่วยเชื่องโยงการใช้สื่ออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 6.Email Maketing เสริฟข้อมูลด่วนด้วยต้นทุนต่ำ และ7.Search Engine Optimization คอนเทนต์เป็นคีย์หลัก การสร้างเว็บไซด์และเนื้อหา จะต้องคิดถึงกลยุทธ์ของ Search Engine Optimizationควบคู่ไปด้วย
http://manager.co.th/
สุดยอดมากครับสำหรับ วิธีนี้ที่ทำให้เราสามารถหารายได้เพิ่มเิติม สำหรับใครที่กำลังมองหา ธุรกิจออนไลน์อยู่ก็ลองหาิวิธีทำเงินจากออนไลน์ดูนะครับ หรือเครื่องมือต่างๆที่เราเล่นอยุ่ก็สามารถทำเงินให้กับเราได้เหมือนกันนะครับ เ้ช่น blog เป็นต้น โดยการเรียกคนเข้ามาดูบล๊อกของเรา พร้อมกับการโปรโมทสินค้าเราไปด้วยนะครับ
วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Countdown to Black Friday 2009 Part II

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน กลับมาพบกับอ.อ้อกันต่อกับบทความ Countdown to Black Friday 2009 ตอนจบ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อนๆ ก็ได้รู้จักกับเทศกาล Black Friday กันไปแล้ว วันนี้อ.อ้อก็จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ
Cyber Monday กันต่อค่ะ
Cyber Monday ตรงกับวันที่ 30 November 2009 ซึ่งก็คือวันจันทร์ต่อจากเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า จะเป็นวันที่ผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์อีกหนึ่งวันที่จะช่วยให้ยอดซื้อขายพุ่งกระฉูดในวันจันทร์ เพราะฉะนั้นหากใครทำ PPC ก็ควรหยุดแคมเปญวันเสาร์ อาทิตย์ไว้ได้เลย และเริ่มโฆษณาใหม่เพื่อกอบโกยกำไรได้ในวันจันทร์ค่ะ
จากกราฟสถิติด้านบน เราจะสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อมากที่สุดคือช่วงกลุ่มวัยรุ่น (อายุ 18-24 ปี) ที่นิยมจับจ่ายใช้สอยสินค้าออนไลน์มากถึง 70.9% ถัดมาก็คือกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 25-34 ปี) ถ้าเพื่อนๆ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและเลือกตลาด เลือกสินค้าตรงกลุ่ม ก็ฟันธงได้เลยค่ะว่า เส้นชัยไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ
แนะนี่ก็คือตลาดสินค้าทำเงินในช่วง Holiday Season ของนักธุรกิจออนไลน์อย่างพวกเราค่ะ
และจากเค้กก้อนโตชิ้นนี้ก็แสดงให้เห็นว่า นี่ก็คือช่วงเวลาโกยเงินของเรา เป็นอย่างไรก็บ้างคะหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ และมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นหัดทำธุรกิจออนไลน์กันนะคะ
ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนขยันลงมือทำ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่เรามุ่งมั่นและตั้งใจ ขอโชคดี ร่ำรวยๆ กันทุกคนค่ะ @^_^@
How To Save Christmas Online Shopping Cyber Monday 2009 & Black Friday
บทความโดย : อ.อ้อ พิมพ์พร นรินทร์โท
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Countdown to Black Friday 2009

เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วงปลายปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลแห่งการจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวกันแล้วนะคะ
หวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนคงสบายดีและกำลังทำ Market Research เพื่อเตรียมกระโดดขึ้นขบวนรถดอลล่าร์มาหานะเธอกัน
ใครที่พลาดรถด่วนขบวนนี้แล้วจะเสียใจไปอีกนาน เพราะเป็นช่วงกอบโกยกำไรกันแบบอิ่มหนำสำราญของชาว
Affiliate Marketer ค่ะ ช่วงนี้เรียกได้ว่า ทำงานหนักกันแค่เดือนพย. - ธค. ก็สามารถสร้างรายได้ได้พอๆ กับการทำ
ธุรกิจออนไลน์กันทั้งปีเลยทีเดียว
สำหรับในช่วงหน้าเทศกาลหรือ High Season ประกอบไปด้วยเทศกาล Halloween ในวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านและ
ในเดือนพศฤจิกายนนี้จะเป็นเทศกาลวัน Thanksgiving Day (วันขอบคุณพระเจ้า) ในวันที่ 26 พฤศจิกายน และ Black Friday วันที่ 27 พฤศจิกายน
และเทศกาลวัน Christmas 2009 ในวันที่ 25 ธันวาคม
ซึ่งคุณปุ้ย Dollarslism ก็นำสถิติที่น่าสนใจในการกอบโกยรายได้มาแชร์ให้กับเพื่อนๆ ดังนี้ค่ะ

เทศกาล Black Friday เป็นเทศกาลที่คนอเมริกานิยมไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าลดราคา ชนิดที่ว่า ซุปเปอร์ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์
กันอย่างถึงพริกถึงขิง ผู้คนต้องออกมายืนเข้าคิวรอเข้าไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำกันตั้งแต่เวลาตีห้า
และมีข่าวลงหนังสือพิมพ์ว่ามีการเหยียบกันตายเวลาเปิดห้างกันทุกๆ ปี
ผู้บริโภคจะนิยมสั่งซื้อสินค้าตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนถึงวันอาทิตย์ โดยวันศุกร์จะมียอดการซื้อขายมากที่สุด
สินค้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในเทศกาล Black Friday คือ
1. หมวดเสื้อผ้า Clothing or Accessories เพราะเป็นช่วงหน้าหนาว พวกเสื้อกันหนาว กางเกงยีนส์ รองเท้าบูท จะขายดีที่สุด
2. หมวดของเล่น (Toys) สินค้าพวกวิดีโอเกมส์ ตัวต่อเลโก้ ตุ๊กตา จะขายดีที่สุด
3. หมวดหนังสือ, DVD ผู้คนจะพักผ่อนอยู่บ้านในช่วงวันหยุด และจะนิยมให้ของขวัญเป็นหนังสือ หนัง เพลง เกมส์ เนื่องจากราคาถูก
และเพื่อเป็นการขอบคุณญาติสนิท มิตรสหาย และเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
4. หมวดอิเล็กทรอนิคส์ สินค้าในหมวดนี้ จะเหมาะกับคนชอบเทคโนโลยีที่ต้องการอัพเกรดเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เปลี่ยนมือถือรุ่นใหม่
โน๊ตบุ๊คส์รุ่นใหม่ เป็นต้น
5. หมวดของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ สินค้าพวกนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของแม่บ้านโดยเฉพาะ เช่น ต้องการอุปกรณ์เครื่องครัวใหม่ๆ
ต้องการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เตียงนอนชุดใหม่ จาน ชาม หม้อ
ที่มา http://www.ilearn.in.th
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การทำกำไรจาก google adwords ตอน 2
เมื่อเราผ่านขั้นตอนทีหนึ่งเราขายสินค้าได้อาจจะ 1 หรือ 2 ชิ้นขึ้นไป ใน 1วันหรือ หลายวันก็ได้ เราอาจจะลงทุนไปแล้วสมมุติ $20 ได้กลับมา $15 เหรียญ ขายได้ 3 ชิ้น ได้ชิ้นละ $5 แสดงว่าเรายังขายได้อยู่แต่ว่ายังขาดทุน แล้วจะทำยังไงละเราถึงจะทำให้กลับมาทำกำไรไ้ด้ เอาละครับทีนี้หลังจากเราได้ทำสอบมาพอสมควรแล้วเราก็จะ เรียนรู้การทำสินค้าที่ขายได้แต่ขาดทุน ให้หันกลับมาทำกำไร ให้จงได้อาจจะ 1หรือ 2 เท่าหรือมากกว่านั้น
หลังจากที่เราได้บันทึกไว้หมดแล้วว่า ตัวไหน keywors ไหนที่ทำกำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง เราก็ต้องแทร็ก ตั้งแต่แรกที่มี click แล้วใช่ไหมละครับ สมมุติว่า มี keywords อยู่ 5 ตัว
ตัวแรก ลงทุนไป $10 ตัวที่สองลงทุนไป $3 $3 $2 และ $2 ตามลำดับ รวมแล้วก็ $20 พอดี ถ้าเราแทร็กแล้วเราก็จะรู้ว่าตัวไหนที่ขายได้ตัวไหนที่ขายไม่ไ้ด้ที่ดึงให้เราขาดทุน
ถ้าเรามี keywords เพียงตัวเดียวที่ทำกำไรและขายได้ คือตัวแรก $10 ก็ให้เราสละตัวที่ 2-5 ออกไปเสีย ก็เท่ากับว่า โฆษณาครั้งต่อไปเราก็ไม่ต้องมาเสียเงินกับตัวที่ไม่ทำกำไรอีกต่อไปใช่ไหมครับ ครั้งต่อไปเราอาจจะลงทุน แค่ $10 เนื่องจากว่าเราตัดตัวที่ไม่ทำกำไรออกไปหมดแล้ว แต่เราก็ยัง ขายได้ 3 ชิ้นเหมือนเดิมก็เท่ากับว่า ทุน $10 ขายได้ $15 เราได้กำไร $5 แล้ว ถ้าต้องการกำไรเพิ่มมากกว่านี้เนื่องจากว่าเรายังไม่พอใจ เราก็มาแทร็กเวลาละครับ ให้แยก แคมเปญออกเป็น 2 ช่วงเวลา
สมมุติว่าเราโฆษณา ตั้งแต่เวลา 18-06 น. ทุกวันแต่เราก็ยัง ทำำกำไรอยู่ให้เราแยก แคมเปญหนึ่งออกเป็นเวลา 18- 24 น. อีกแคมเปญหนึ่ง 24-06 น เพื่อดูว่า ช่วงเวลาไหนที่ขายได้ ก็จะทำให้เรา แบ่งค่าโฆษณาออกครึ่งหนึ่ง เป็นเหลือแคมเปญละ $5 ถ้าช่วงเวลา 18-24 น. ขายได้และทำกำไรให้กับเรา เราขายได้ 2-3 ชิ้น เท่ากับว่า เราได้กำไรเพิ่ม $5 - $10 แล้วใช่ไหมละครับ แต่เราลงทุนเพียงแค่ $5 เท่านั้นเอง ส่วนตัวที่ไม่ทำกำไรเราก็ลบออกเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราลดทุนลงไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมาเสียเงินกับตัวที่ไม่ทำกำไรอีกต่อไป แล้วเรายังมีเงินเหลือ ไปทำโฆษณาสินค้าอื่นๆไปเรื่อยได้อีกด้วย
ขอให้โชคดีนะครับ
พบกันใหม่
**********************************
รับคีร์เวิร์ดทำเงิน และสินค้าทำเงิน หรือเทคนิคการหาสินค้า
คีร์เวิร์ดทำกำไร ไม่รู้จบที่นี่
www.ppcprivateclub.com
