หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

Google Go for Mobile


ก่อนที่จะเข้าเรื่อง Google Mobile Ad กัน ผมก็ขอมาแจ้งข่าวดีให้กับทุกคนก่อนครับว่า งานสัมมนา Thailand eBusiness Summit ครั้งที่ 3 ที่เคยต้องเลื่อนจากวันที่ 19 กุมภาพันธ์ (เนื่องจากติดม๊อบหน้าธนาคารกรุงเทพ) นั้น มีกำหนดจัดงานที่แน่นอนอีกครั้งแล้วครับ

โดยงาน Thailand eBusiness Summit 3 จะจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2553 นะครับ ที่เดิม เวลาเดิม ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปอ่านได้ที่

ก็หวังว่าคราวนี้คงจะไม่ต้องเลื่อนอีกแล้ว และเราจะได้พบกันอีกครั้งนะครับ

เอาล่ะ จบข่าวดีแล้ว มาเข้าเรื่อง Google Mobile Ad กันดีกว่าครับ

เท่าที่ผมสังเกตมาสักพัก รู้สึกว่าช่วงหลังๆ Google จะหันไปให้ความสนใจในเรื่องของมือถือค่อนข้างมาก ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะจำนวนคนใช้มือถือที่มากกว่าคนใช้คอมพิวเตอร์ หลายเท่าตัว และการพัฒนาการของมือถือที่ปัจจุบันสามารถนำมาใช้เล่นอินเตอร์ เน็ตได้อย่างดี

นอกจากทาง Google จะพัฒนา Andriod ขึ้นมา เพื่อเจาะตลาดมือถือ (ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ทาง Google ยังไม่ค่อยถนัด) แล้วในส่วนของ Google AdWords นั้น ทาง Google ก็ได้เพิ่มช่องทางการลงโฆษณา และ การแสดงโฆษณาบนมือถือ ด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็น่าจะเพื่อรองรับการเติบโต ของการค้นหา Google ผ่านมือถือที่มากขึ้นเรื่อยๆนั่นเองครับ

ส่วน ประวัติการพัฒนาฟังค์ชั่นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับมือถือบน Google AdWords ก็เรียงลำดับกันมาดังนี้ครับ
(บทความพร้อมรูปภาพประกอบเข้าไปอ่านได้ที่


1. Mobile Ads

เป็นฟังค์ชั่นที่มีมานานหลายปีแล้ว โดยทาง Google ให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเขียนโฆษณาขึ้นเพื่อแสดงบนหน้าผลการค้นหา Google บนมือถือได้ แต่ก็พบว่าคนไม่ค่อยจะใช้กัน ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะ

  • โฆษณาดูเล็กและไม่ค่อยสวยงาม ใส่รายละเอียดไม่ได้มาก
  • หน้าจอแสดงผลเว็บไซต์เป็นแบบเวอร์ชั่นมือถือซึ่งไม่น่าใช้ง าน
  • คนในยุคนั้นยังไม่ค่อยชอบเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ เพราะใช้ลำบากและเชื่องช้า
  • 2. Mobile Network Selection

    หลังจาก Apple ออกโทรศัพท์ iPhone มาขาย ทำให้คนจำนวนมากหันมาใช้งานอินเตอร์เน็ต บน iPhone กันมากขึ้น เพราะว่าเบราส์เซอร์ที่ใช้แสดงผลนั้นเป็นแบบที่ แสดงเหมือนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกประการ ทำให้ทาง Google ออกฟีทเจอร์ที่ให้ผู้ลงโฆษณาเลือกได้ว่าจะลงโฆษณาบน Desktop/ Laptop อย่างเดียว หรือจะลงแสดงโฆษณาบนมือถือด้วย

    ซึ่งก็ทำให้ผู้ลงโฆษณาหันมาลงโฆษณาบนมือถือมากขึ้น เพราะไม่ต้องเขียนโฆษณาใหม่ เพียงแค่เลือกว่าจะแสดงโฆษณาบนมือถือด้วย เท่านั้นเอง

    3. Mobile Device Selection

    หลังจากที่ iPhone ออกมา ก็มีมือถืออีกหลายๆค่ายออกตัว Smart Phone ที่ใช้ Full Internet Browser ได้ตามมา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวม Android ของ Google ด้วย ดังนั้น Google จึงออกฟีทเจอร์ให้ผู้ลงโฆษณาเลือกได้ว่า จะให้แสดงโฆษณาบนมือถืออะไร ซึ่งในปัจจุบันก็จะเลือกได้ 3 แบบคือ

  • Android
  • iPhone/ iPod Touch
  • Palm webOS

  • 4. Mobile Carrier Selection

    ให้เลือกมือถือที่จะแสดงโฆษณาได้ไม่พอ ต่อมาอีกสักพัก Google ให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกเครือข่ายโทรศัพท์ได้ด้วยว่า จะให้แสดงโฆษณาบนมือถือที่กำลังใช้งานผ่านช่องสัญญาณของผู้ให้บริการ รายใดอยู่ ซึ่งในปัจจุบันยังเลือกได้เฉพาะเครือข่ายในอเมริกา เช่น AT&T, Sprint, T-Mobile, Verizon เป็นต้น

    5. Click To Call Mobile Ads

    หลังจากวุ่นวายกับการให้ผู้ลงโฆษณาเลือกค่ายมือถือและเครือข่ายอยู่ พักใหญ่ ทาง Google ก็หันมาพัฒนาฟังค์ชั่นที่จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาได้ รับผลตอบรับจากการลงโฆษณาบนมือถือดีขึ้นบ้าง ซึ่งก็ออกมาเป็นโฆษณามือถือแบบ Click To Call ครับ

    โดยลักษณะโฆษณาจะเหมือนกับโฆษณา Mobile แบบดั้งเดิมทุกประการ เพียงแต่เราสามารถใส่หมายเลขโทรศัพท์เพิ่มเข้าไปในบรรทัดล่างสุด ของโฆษณาได้ ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์นี้ก็จะปรากฏขึ้นมาพร้อมกับโฆษณา ของเรา และผู้ค้นหาสามารถคลิกที่หมายเลขโทรศัพท์เพื่อโทรติดต่อกับ ทางเว็บไซต์ได้ทันที

    ซึ่งผมมองว่าเป็นการพัฒนาที่ดีมากอย่าง หนึ่งในวงการโฆษณาผ่านมือถือ เพราะคนจำนวนมากคงไม่ต้องการคลิกโฆษณา เพื่อจะต้องเข้าไปนั่งหาเบอร์โทรศัพท์บนเว็บอีกครั้งนึง แต่จะคลิกที่หมายเลขเพื่อโทรติดต่อหลังจากอ่านข้อความโฆษณาสั้นๆ นั้นได้เลย

    6. Phone Extensions

    จริงแล้วก็คือ Click to Call นั่นเองครับ เพียงแต่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ใช้กับโฆษณาแบบปรกติที่แสดงบน Full Internet Browser ได้นั่นเอง ซึ่งทาง Google เองคงทราบดีว่าคนลงโฆษณา แบบปรกติเยอะกว่าแบบ Mobile Ads และจำนวนคนที่คลิกก็เยอะกว่า ดังนั้นเมื่อทดลองทำ Click to Call กับ Mobile Ads เสร็จแล้ว ก็นำมาใช้กับตัวโฆษณาปรกติด้วยซะเลย

    ทั้งหมดนี้ก็เป็นเส้นทางการปฏิวัติวงการโฆษณามือถือที่ทาง Google ได้ทำมา และผมคิดว่า Google ก็ไม่น่าจะหยุดยั้งอยู่เพียงเท่านี้ น่าจะมีอะไรๆออกมาให้เราเล่นได้อีกเรื่อยๆ เพราะดูทีท่าแล้ว Google จริงจังกับโฆษณาบนมือถือ มากกว่า โฆษณาทีวีและวิทยุ ที่เคยทำแล้วไม่ค่อยประสบ ความสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้

    สำหรับใครที่ทำ Affiliate อยู่ ผมว่าผลดีตรงนี้จะย้อนกลับมาเข้าทางเรามากครับ เพราะปัจจุบัน Affiliate Marketing ก็ได้มีการพัฒนาตัว Affiliate Pay Per Call ขึ้นมา ซึ่งเราก็สามารถนำหมายเลขโทรศัพท์ที่เราได้มา ไปทำโฆษณาบนมือถือผ่าน Google ได้ทันที และเมื่อใดก็ตามที่มีคนโทรศัพท์ติดต่อกับทางเว็บไซต์ เข้าไป เราก็จะได้รับค่าคอมมิสชั่นครับ

    จาก
    ตราวุทธิ์

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น

    เรียนรู้เทคนิคการขายสินค้ากับ Amazon + PPC ,SEO

    ทำ seo ด้วย wp ง่ายนิดเดียวลองดู

    Manager Online - เกม

    Manager Online - Cyberbiz

    Drinkwell Pet Fountain Cleaning